LIQUI MOLY รุกตลาดน้ำมันเครื่องระดับพรีเมียมแมสในไทย ชูมาตรฐานเยอรมนีที่ออกแบบเพื่อตลาดเอเชีย

LIQUI MOLY THAILAND ประกาศรุกตลาดน้ำมันเครื่องระดับพรีเมียมแมส พร้อมเปิดตัว T-SERIES นวัตกรรมหล่อลื่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศและการใช้งานในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ ย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าใจคนขับภายใต้แนวคิด Advance Your Drive for the Drivers

การเปิดตัว T-Series ถือเป็นก้าวสำคัญของ LIQUI MOLY ในการทำ Localization อย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นการนำองค์ความรู้จากทีมวิจัยในเยอรมนีมาพัฒนาสูตรน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นและความร้อนชื้นของเอเชีย

คุณศิริจิตต์ กาญจนบัตร ผู้บริหาร บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด ระบุว่าผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ผ่านการควบคุมมาตรฐานการผลิตจากนักวิจัยเยอรมนีในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพที่ผลิตในประเทศไทยเทียบเท่ากับมาตรฐานโลก และพร้อมที่จะส่งออกไปจำหน่ายทั่วภูมิภาคเอเชีย

ในแง่ของคุณสมบัติ T-Series ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายและสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ดังนี้

  • รองรับเครื่องยนต์ทุกประเภท: ทั้งเบนซิน, ดีเซล และระบบไฮบริด
  • เทคโนโลยี Start-Stop: ออกแบบมาเพื่อลดการสึกหรอจากการสตาร์ทเครื่องยนต์บ่อยครั้งในสภาพรถติด
  • มาตรฐานไอเสียระดับสูง: รองรับมาตรฐาน Euro 5 และ Euro 6
  • ระบบกรองอนุภาค: ปลอดภัยสำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ DPF (Diesel Particulate Filter)

ปัจจุบัน LIQUI MOLY มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายทั่วโลกกว่า 4,000 รายการ และพิสูจน์สมรรถนะในสนามแข่งระดับโลกอย่าง Formula 1 และ MotoGP มาแล้ว การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้ใน T-Series จึงเป็นการยกระดับมาตรฐานการบำรุงรักษาเครื่องยนต์สำหรับผู้ใช้รถทั่วไปให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานสนามแข่ง

สำหรับการจัดจำหน่าย LIQUI MOLY ได้วางเครือข่ายครอบคลุมศูนย์บริการชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ B-Quik, Cockpit, Tyreplus, Auto1 และ Autoclik รวมถึงอู่พันธมิตร เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะเดียวกัน LIQUI MOLY ยังตั้งเป้าหมายเป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริโภคจดจำได้ภายในปี 2030 ทั้งยังปรับตัวให้เข้ากับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามแนวทาง ESG 

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

หุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลกทะลุ 5 ล้านตัว! สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ ชี้แรงกดดันต้นทุน-ขาดแคลนแรงงานดันยอดพุ่ง

สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ หรือ IFR เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า จำนวนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ติดตั้งและทำงานในโรงงานทั่วโลกแตะระดับ 5 ล้านตัวในปี 2025 เติบโตขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่าผู้ผลิตทั่วโลกกำลังเร่งปรับโครงสร้างสายการผลิตเพื่อรับมือกับวิกฤตขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูง

Hitachi จับมือ Fanuc ส่ง “Physical AI” ฝังสมองหุ่นยนต์ ลุยแก้โจทย์ขาดแรงงาน

การจับมือครั้งประวัติศาสตร์ของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อ Hitachi และ Fanuc ประกาศเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันพัฒนาและผลักดันเทคโนโลยี “Physical AI” หรือ AI ที่สามารถมองเห็น คิดวิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติงานได้จริงในโลกกายภาพ ผ่านหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม