Marelli ผู้จัดหาเทคโนโลยีการสัญจรระดับโลกในภาคยานยนต์ เปิดเผยวิธีการใหม่ในการจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Intelligent Energy Management) สำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ในงาน CTI Europe 2025 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระบบนี้เป็นแบบมอดูล และใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ สามารถผสานรวมเข้ากับชุดควบคุมยานพาหนะและควบคุมโซน และส่วนประกอบทางความร้อน วิธีการนี้จะทำให้การประสานงานร่วมกันในภาคพลังงานหลักของรถยนต์ทั้งสามส่วน คือ ความร้อน ระบบขับเคลื่อน และระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ

แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในรถยนต์แบบองค์รวมนี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกระบบของรถยนต์ ช่วยให้ระยะการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น การชาร์จที่รวดเร็ว และอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็รักษาความสะดวกสบายในห้องโดยสารและความเชื่อถือได้ในการใช้งาน
ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะใหม่ของ Marelli มุ่งไปที่การพัฒนาวิธีการทั้งในระบบขับเคลื่อนไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SDV)
ระบบนี้มีการผสานรวมวิธีการด้านแฝดดิจิทัล (digital twin) ขั้นสูง และกลยุทธ์ซอฟต์แวร์ที่เป็นนวัตกรรม จึงช่วยลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานร่วมกันที่ให้ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อลูกค้า
ในส่วนของภาคความร้อน ระบบจะคอยจัดการและปรับการไหลของความร้อนให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมกระบวนการทำความร้อนและความเย็นภายในรถยนต์ได้อย่างละเอียดแม่นยำ อัลกอริทึมซอฟต์แวร์แบบแยกส่วนช่วยจัดการระบบความร้อนที่ซับซ้อนได้อย่างชาญฉลาด ควบคุมอุณหภูมิเพื่อทำให้สมรรถนะโดยรวมมีความเหมาะสมที่สุด และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ กลยุทธ์ขั้นสูงเหล่านี้ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและส่งเสริมการนำพลังงานความร้อนส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิผล ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง และเพิ่มความยั่งยืน
สำหรับการขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า/ไฮบริด ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะจะเฝ้าตรวจสอบและปรับการจ่ายพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับการส่งจ่ายพลังงานให้เหมาะสมที่สุด วิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่และสมรรถนะของรถยนต์ได้สูงสุด ขณะเดียวกัน การฟื้นคืนพลังงานและปรับสมดุลการกระจายพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบสามารถขยายระยะการขับขี่และเพิ่มความยืดหยุ่นโดยรวม ซึ่งรองรับความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่
ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ วิธีการนี้ได้ช่วยยกระดับความชาญฉลาดและบูรณาการระบบต่างๆ ของรถยนต์เข้าด้วยกัน เป็นการอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างส่วนประกอบและระบบทั้งหมดได้อย่างไร้รอยต่อ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกิดขึ้นโดยผ่านโปรโตคอลการสื่อสารที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ CAN ไปจนถึง Ethernet ทำให้สามารถจัดการเซนเซอร์และแอคชูเอเตอร์ได้โดยตรง ช่วยให้การทำงานราบรื่น การตอบสนองของระบบทำได้ดีขึ้น และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของรถยนต์ที่แปรเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้แฝดดิจิทัลช่วยให้สามารถสร้างแบบจำลองเสมือนจริงของระบบย่อยต่างๆ ของรถยนต์ได้อย่างละเอียดแม่นยำ ทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอเมคานิคส์ เทอร์โมไดนามิกส์ และระบบไฮดรอลิก ซึ่งการสร้างแบบจำลองรถยนต์เสมือนจริงที่มีความสมบูรณ์นี้ ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถทำซ้ำได้เร็วขึ้น การทดสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำรถยนต์ขั้นสูงออกสู่ตลาดได้เร็วและให้ความมั่นใจมากขึ้น
เทคโนโลยีการจัดการพลังงานอัจฉริยะใหม่นี้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Marelli ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการปรับแต่งในแบบเฉพาะ และสามารถนำวิธีการปรับแต่งไปใช้ได้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบและลดจำนวนส่วนประกอบให้เหลือน้อยที่สุด จึงทำระบบมีความเรียบง่าย มีราคาที่สามารถแข่งขันได้ และนำออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น พร้อมกับลดต้นทุนการพัฒนาและการทดสอบ
Giovanni Mastrangelo หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของธุรกิจขับเคลื่อนของ Marelli กล่าวว่า — “การจัดการพลังงานอัจฉริยะเป็นความท้าทายอย่างมากในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในปัจจุบัน โดย Marelli ได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยการนำเสนอวิธีการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของพลังงานทั้งในส่วนของระบบความร้อน ไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อน รวมทั้งลดการสูญเสียและฟื้นคืนพลังงานความร้อนส่วนเกินกลับมาอีกด้วย นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านแฝดดิจิทัลและเป็นแบบแยกส่วน ได้ช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถลดระยะเวลาในการพัฒนา เพิ่มความยืดหยุ่น และเร่งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อขับเคลื่อนอนาคตแห่งการสัญจรที่มีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ”
ที่มา: Marelli
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








