มินเทล เผย ผู้บริโภคไทยกว่าครึ่งมุ่งมั่นกับการกินเพื่อสุขภาพ แต่เงินที่มีจำกัดได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ

●  การระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคไทยสนใจการกินเพื่อสุขภาพมากขึ้น

●  ผักและผลไม้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีความนิยมมากที่สุด

●  มากกว่า 5 ใน 10 คน ตั้งใจจะหาความรู้เกี่ยวกับโภชนาการเพิ่มเติมและทำอาหารที่บ้านมากขึ้น

●  ราคายังคงเป็นอุปสรรคที่สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ยังมีข้อจำกัดด้านการใช้จ่าย

(กรุงเทพฯ ประเทศไทย 2566) งานวิจัยล่าสุดจากมินเทล บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านข้อมูลการตลาด พบว่า ในช่วงหลังการระบาดใหญ่โควิด-19 ผู้บริโภคในประเทศไทยให้ความสำคัญกับชีวิตสุขภาพดีมากขึ้นผ่านการเลือกอาหาร ผู้บริโภคมากกว่าห้า ในสิบคน ต้องการจะหาความรู้เกี่ยวกับโภชนาการและทำอาหารที่บ้านมากขึ้น (52% และ 51% ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม ราคาก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญโดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ยังมีข้อจำกัดของด้านการใช้จ่าย

งานวิจัยจากมินเทลพบว่าแรงจูงใจในการกินอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทยนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากการกินเพื่อป้องกันโรค ผู้บริโภคในปัจจุบันได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย (38%) และการมีสุขภาพจิตที่ดี (28%) ผู้บริโภคจำนวนน้อยกว่า 1 ใน 5 คน (17%) ระบุว่าการป้องกัน/รักษาโรคเรื้อรังเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะระบุถึงแนวโน้มว่าผู้บริโภคไทยใช้ความพยายามมากในการทำให้แน่ใจว่าอาหารของพวกเขาดีต่อสุขภาพ (เช่น หาความรู้ด้านโภชนาการด้วยตนเอง และทำอาหารที่บ้านบ่อยขึ้น) แต่มุมมองของพวกเขายังคงให้ความสำคัญกับการเสริมโภชนาการมากกว่าการจำกัดการกิน คนไทยจำนวน 7 ใน 10 คน (70%) บอกว่าการกินผักและผลไม้เป็นสิ่งสำคัญต่อการมีสุขภาพดี โดยมีเพียงผู้บริโภคจำนวนน้อยกว่า 3 ใน 10 คน (21%) ที่มีมุมมองแบบเดียวกันต่อการจำกัดการบริโภคเนื้อสัตว์

คุณ พิมพ์วดี อากิลา Associate Director ของแผนกอาหารและเครื่องดื่ม มินเทล รีพอร์ทส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นหลังการระบาดใหญ่ คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มส่วนผสมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง (เช่น ผักและผลไม้ อาหารที่หลากหลาย) ในมื้ออาหารของพวกเขา มากกว่าการจำกัดการกินอาหารบางชนิด (เช่น อาหารที่ผ่านการแปรรูปสูงและเนื้อสัตว์)”

“แบรนด์ควรให้การสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภคด้วยการนำเสนออาหารที่ทำจากพืช (Plant-based) ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เพราะงานวิจัยของเราพบว่าผู้บริโภคจำนวนเกือบ 1 ใน 4 คน (24%) บอกว่าพวกเขาได้ตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนจากการกินเนื้อสัตว์มาเป็นอาหาร Plant-based ในอนาคต ดังนั้นการสร้างทางลัดสู่ความสำเร็จผ่านการส่งเสริมผลิตภัณฑ์เนื้อ Plant-based และใช้สิ่งทดแทนผลิตภัณฑ์จากนม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ประโยชน์สูงสุดจากโอกาสดังกล่าว”

แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการกินผักและผลไม้มากขึ้นในแต่ละวัน ปัจจัยด้านราคายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ท่ามกลางความปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ผู้บริโภคในประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญกับการคุมการใช้จ่ายและการซื้อสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ งานวิจัยจากมินเทลระบุว่าจำนวนน้อยกว่าครึ่ง (37%) ของผู้บริโภคอายุต่ำกว่า 24 ปี ที่มีสถานะทางการเงินในระดับต่ำ บอกว่าพวกเขามีเงินพอที่จะซื้อผักและผลไม้เป็นประจำ

“แม้อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มสูงขึ้น เรายังคงมองเห็นความไม่เท่าเทียมกันที่สะท้อนผ่านการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดสารอาหาร และจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCD) ทุกคนต่างรู้ประโยชน์ที่ได้จากการกินผักและผลไม้ แต่สถานะทางการเงินเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการกินผักและผลไม้มากขึ้นใน งานวิจัยของเราพบว่าปัญหานี้พบได้มากขึ้นในชนบทผู้บริโภคในชนบทจำนวนเพียง 48% กินผักและผลไม้อยู่เป็นประจำ ซึ่งน้อยกว่าสัดส่วนของคนเมืองที่กินผักและผลไม้เป็นประจำ (56%)”

“รายงานฉบับนี้ได้เน้นยำว่าแบรนด์จำเป็นต้องมีความพยายามมากกว่าเดิมในการเพิ่มการเข้าถึงของการกินเพื่อสุขภาพ ผ่านการลดราคาและเพิ่มความสะดวกสบาย ประเทศไทยมีการผลิตผักและผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาลจำนวนมาก ผลผลิตเหล่านี้มีราคาที่จับต้องได้และเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับการเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพที่ราคาเป็นมิตรต่อผู้บริโภค” คุณ พิมพ์วดี อากิลา กล่าว

About pawarit

Check Also

“โครงสร้างเก่าไปไม่รอด!” ผลวิจัยชี้ AI ต้องการเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อปลดล็อกศักยภาพ

NTT Data และ Cisco เผยผลสำรวจล่าสุด ชี้ชัดว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายแบบดั้งเดิมไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับการรองรับปริมาณงานที่ซับซ้อนของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในยุคปัจจุบัน แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีเครือข่ายที่ชาญฉลาด ปรับตัวได้ และมีความปลอดภัยสูง จึงจะสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

AI อุตสาหกรรมในภาคการผลิต กำลังจะเติบโตแบบก้าวกระโดด คาดมูลค่าตลาดแตะ 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2030

รายงานล่าสุดจาก IoT Analytics เผยว่าตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังจะเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 153,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.6 ล้านล้านบาท) ในปี 2030 จากเดิมที่มีมูลค่า …