NETA เริ่มดำเนินการผลิตรถยนต์ EV จำนวนมากที่โรงงานแห่งแรกในประเทศไทยแล้ว พร้อมเปิดตัว NETA V-I I เรือธงรุ่นที่ 2 ในงาน Motor Show ที่เมืองทองฯ

นี่ถือเป็นโรงงาน EV แห่งแรกของ NETA นอกประเทศจีน และเป็นโรงงานผลิต EV แห่งแรกที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ ตั้งเป้าที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ 20,000 คันต่อปี

พนักงานทุกคนที่โรงงานในประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในกระบวนการผลิตที่คึกคัก ที่สำคัญโรงงานแห่งนี้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น NETA V-II

NETA V-II มีกำหนดเปิดตัวที่งาน Thailand Motor Show 2024 ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นรถยนต์เรือธงรุ่นที่สองที่ NETA เปิดตัวสู่ตลาดไทย และประกาศราคาขายเริ่มต้น 549,000 บาท

ในปี 2023 กลยุทธ์การขยายธุรกิจในต่างประเทศของ NETA ได้เร่งตัวขึ้น โดยมียอดขายในต่างประเทศมากกว่า 20,000 คัน ครองตำแหน่งสูงสุดในกลุ่มบริษัทยานยนต์พลังงานใหม่ และมีอัตราการเติบโต 567% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2024 ยอดขายในต่างประเทศของ NETA สูงถึง 4,516 คัน ครองอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่

ในปี 2024 NETA วางแผนที่จะขยายเครือข่ายการขายทั่วโลกให้ครอบคลุม 60 ประเทศ โดยจัดตั้งโชว์รูมจำหน่ายและบริการ 300 แห่งในต่างประเทศ

การเริ่มต้นการผลิตเต็มรูปแบบที่โรงงานประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญ และ NETA ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังมีโรงงานอีก 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย โดยในอนาคต NETA ต้องการขยายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด โดยสร้างและปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นกรรมสิทธิ์ในภูมิภาคเป้าหมาย

ที่มา : https://www.thailand-business-news.com/press-release/132719-neta-auto-has-commenced-mass-production-at-its-inaugural-factory-in-thailand

About pawarit

Check Also

Dassault Systèmes และ Groupe Rocher เดินหน้าความร่วมมือครั้งใหม่ ยกระดับการพัฒนาสูตรเครื่องสำอางจากธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี Virtual Twin [PR]

Dassault Systèmes(Euronext Paris: FR0014003TT8, DSY.PA) และ Groupe Rocher บริษัทเครื่องสำอางจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่รู้จักในไทยผ่านแบรนด์ Yves Rocher (อีฟ โรเช) และ …

ญี่ปุ่นทุ่ม 1 ล้านล้านเยน ลุย Circular Economy รีไซเคิลโลหะ-พลาสติก ยกระดับความยั่งยืนของ Supply Chain ภาคการผลิต

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านเยน ภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy อย่างเต็มรูปแบบ แผนปฏิบัตินี้มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการรีไซเคิลทรัพยากรสำคัญอย่างโลหะและพลาสติก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทั้งยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก