“ไร้แบตฯ ไร้สาย!” เซ็นเซอร์ยุคใหม่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการโลจิสติกส์ไปตลอดกาล

ในยุคที่สินค้าเดินทางไปทั่วโลก การติดตามแบบเรียลไทม์กลายเป็นสิ่งจำเป็น แต่ปัญหาที่ตามมาคือการดูแลรักษาแบตเตอรี่ในเซ็นเซอร์จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นภาระทั้งในแง่ของต้นทุนและขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่เทคโนโลยี “เซ็นเซอร์ไร้แบตเตอรี่” กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการนี้ไปตลอดกาล

เซ็นเซอร์แบบไร้แบตเตอรี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้กำลังเข้ามาช่วยบริษัทโลจิสติกส์ให้สามารถติดตามสถานะของสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งปัจจุบัน เส้นทางการเดินทาง สภาพสินค้า และแม้กระทั่งอุณหภูมิ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนหรือบำรุงรักษาแบตเตอรี่ รวมถึงความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ที่อาจติดไฟได้

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แรงผลักดันที่สำคัญมาจากการที่หน่วยงานอย่าง EU Battery Regulation ต้องการให้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสทางดิจิทัล ลดขยะจากแบตเตอรี่ และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โซลูชันที่ไม่ต้องบำรุงรักษา

จากพลังงานรอบตัว สู่การทำงานที่ไม่สิ้นสุด

Mallorie Burak ซีอีโอของ Energous บริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานไร้สายสำหรับเซ็นเซอร์ กล่าวว่า “แบตเตอรี่และสายเคเบิลกำลังจะกลายเป็นของล้าสมัย เนื่องจากอุตสาหกรรมต้องการโซลูชันที่ปรับขนาดได้และบำรุงรักษาน้อยลง” โดยเซ็นเซอร์เหล่านี้จะได้รับพลังงานจากการ Energy Harvesting จากแหล่งพลังงานรอบข้าง ทำให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม

ทำไมต้องไร้แบตเตอรี่และสายไฟ?

  • ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์: เฉพาะในสหรัฐฯ มีแบตเตอรี่ที่ถูกทิ้งมากกว่า 3,000 ล้านก้อนต่อปี
  • ลดต้นทุนแรงงาน: ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่
  • การส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์: เมื่อติดเซ็นเซอร์ไร้สายไว้บนสินค้า เซ็นเซอร์จะส่งข้อมูลสำคัญ เช่น ตำแหน่ง อุณหภูมิ สภาพ และความชื้นได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาที่อยู่ในระยะการทำงาน

Cliff Ortmeyer ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Newark กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้กำลังเปิดประตูสู่ทางเลือกใหม่ ๆ สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ เนื่องจากความยืดหยุ่นของแหล่งพลังงานและต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก

แม้ว่าการใช้งานเซ็นเซอร์ไร้แบตเตอรี่จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ด้วยความต้องการความโปร่งใสทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และการมุ่งเน้นลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานกำกับดูแล การใช้งานเซ็นเซอร์ประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

ที่มา: https://electronics360.globalspec.com/article/22795/battery-free-sensors-are-powering-the-future-of-logistics

About pawarit

Check Also

DHL ติดสปีดโกดังอัจฉริยะ ดึงแพลตฟอร์ม SOFTBOT เสียบปุ๊บติดปั๊บ เชื่อมต่อหุ่นยนต์ไวขึ้น 12 เท่า

DHL Supply Chain ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก กำลังเร่งเครื่องสู่ยุคโกดังอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้นำแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ “SOFTBOT” จาก SVT Robotics เข้ามาใช้งานในคลังสินค้าทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยปฏิบัติงานอยู่แล้วกว่า 8,000 ตัว ไฮไลต์สำคัญของการขยับตัวครั้งนี้คือ …

ขอเชิญร่วมงาน Smart Delivery Expo (SDE) งานแสดงสินค้าชั้นนำของเอเชียที่รวมโซลูชัน Last Mile Delivery ครบวงจรไว้ในที่เดียว! |3 – 5 มีนาคม 2570 ไบเทคบางนา|

อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซและการจัดส่งสินค้าในภูมิภาคเอเชียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการเทคโนโลยีด้าน Last-mile Delivery, Fulfillment และ Smart Logistics เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความคาดหวังของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และประสบการณ์การจัดส่งที่ดีขึ้น