ในอุตสาหกรรมการผลิต การเปลี่ยนถ่ายระบบ ERP มักถูกมองว่าเป็น “มหากาพย์” ที่กินเวลาเป็นปีและผลาญงบประมาณมหาศาล แต่ล่าสุด Ahlstrom ผู้นำด้านวัสดุไฟเบอร์ระดับโลก ได้ร่วมมือกับ Vincit พาร์ทเนอร์ด้านดิจิทัล สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการติดตั้งระบบ SAP S/4HANA Public Cloud ให้โรงงานแห่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงภายในเวลาเพียง “4 สัปดาห์” เท่านั้น

โจทย์หิน: ต้องเร็ว ต้องคุ้ม และต้องทำซ้ำได้
Ahlstrom ซึ่งมีโรงงานถึง 36 แห่งใน 13 ประเทศ ต้องการโมเดลการติดตั้ง ERP แบบใหม่สำหรับโรงงานขนาดเล็ก โดยมีโจทย์ว่าต้องประหยัดต้นทุน รวดเร็ว และสามารถใช้เป็น “พิมพ์เขียว” เพื่อขยายผลไปยังโรงงานอื่น ๆ ได้ทันที
ความท้าทายระดับ “Mission Impossible” นี้ถูกส่งต่อให้ Vincit ซึ่งรับคำท้าและพิสูจน์ให้เห็นว่า ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่และทีมงานที่ใช่ กรอบเวลาเป็นเดือน ๆ สามารถย่อเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ได้จริง
กุญแจความสำเร็จ: Clean Core Strategy
เคล็ดลับความเร็วแสงครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการเผางาน แต่เกิดจากกลยุทธ์ทางเทคโนโลยี 2 ข้อหลัก:
- Clean Core Strategy: ยึดระบบมาตรฐานของ SAP เป็นแกนหลัก ไม่ปรับแต่งโค้ดวุ่นวาย (Customization) แต่ใช้วิธีต่อเติมส่วนขยาย (Extensions) บนแพลตฟอร์ม SAP BTP แทน ทำให้ระบบเบาและติดตั้งง่าย
- ทีมที่ปรึกษาแบบ Multi-skilled: แทนที่จะใช้คนเยอะแต่รู้แค่เฉพาะด้าน โปรเจกต์นี้ใช้ทีมเล็กที่ “รู้รอบ” เข้าใจทั้งระบบ Supply Chain และกระบวนการผลิต ทำให้การตัดสินใจและการทำงานลื่นไหลรวดเร็ว
Kari Halmela ผู้บริหารฝ่ายไอทีของ Ahlstrom กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “เราไม่ได้แค่ติดตั้งระบบใหม่ แต่เราพิสูจน์แล้วว่างานที่เคยใช้ทรัพยากรมหาศาล สามารถจบได้ในเดือนเดียว และนี่จะเป็นรากฐานสำคัญให้กับโรงงานอื่น ๆ ของเราในอนาคต”
ผลลัพธ์: ก้าวสู่ยุค AI และความยั่งยืน
ความสำเร็จนี้ทำให้โรงงานของ Ahlstrom ได้ใช้ระบบ ERP ที่ทันสมัยทันที รองรับฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ อย่าง SAP Joule และลดภาระค่าบำรุงรักษาระยะยาวลงได้อย่างมาก
ทางด้าน Suvi Albert จาก Vincit ถึงกับเปรยว่า “นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของการทำ ERP ตั้งแต่ SAP ก่อตั้งมาเมื่อปี 1972” เพราะยุคของ Cloud ERP ได้เปลี่ยนเกมจากความล่าช้าเทอะทะ ให้กลายเป็นความคล่องตัวที่จับต้องได้จริง
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








