SeaLead เปิดสำนักงานแห่งแรกในประเทศไทย เสริมความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SeaLead บริษัทขนส่งทางเรือระดับโลก ประกาศเปิดสำนักงานแห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายการดำเนินงานและเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณการค้าระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว

สำนักงานแห่งใหม่ของ SeaLead ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ

  • ที่ตั้งสำนักงานในประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพฯ: ชั้น 25 อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี เลขที่ 1 ถนนสาธร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพมหานคร 10120
  • สำนักงานแหลมฉบัง: 49/63 หมู่ 5 ซอยทุ่งสุขลา ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230

การเปิดสำนักงานในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของ SeaLead ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ และสำนักงานแห่งใหม่นี้จะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดและตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

SeaLead มีเป้าหมายที่จะนำเสนอบริการขนส่งทางเรือที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้แก่ลูกค้าในประเทศไทยและภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจของ SeaLead ในเอเชีย ซึ่งรวมถึงการเพิ่มความถี่ของเรือ การเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ และการลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน

ที่มา : https://logistics-manager.com/sealead-inaugurates-own-office-in-thailand/

About pawarit

Check Also

แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ ขยายธุรกิจรุกโลจิสติกส์ ล่าสุดจับมือสแกนเนียรับรถ Scania Super Euro5 ล็อตใหญ่ 40 คัน พุ่งเป้า Green Logistics เต็มตัว [PR]

ผู้ผลิตและส่งออกสารให้ความหวานและแป้งดัดแปร (Modified Starch) รายใหญ่ แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ประกาศเคลื่อนทัพครั้งใหญ่ ขยายพอร์ตธุรกิจด้านขนส่งและโลจิสติกส์เต็มตัว พร้อมจับมือสแกนเนีย เดินหน้ายุทธศาสตร์ Green Logistics เต็มตัว  ล่าสุดรับมอบรถ …

ยู สวอพ ยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสลับแบตเตอรี่ในไทยเผยโฉม UNEX EV 6×4 Tractor Truck ขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่ยุคคาร์บอนต่ำ [PR]

หลังผ่านการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและทดสอบเบื้องต้นในพื้นที่แหลมฉบัง ชูอัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 1.3 kWh ต่อกิโลเมตร พร้อมเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านคาร์บอนของผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย