Rondo Energy ผู้พัฒนาแบตเตอรี่ความร้อน และ SCG Cleanergy ผู้เชี่ยวชาญวิธีการพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ประกาศเริ่มดำเนินการแบตเตอรี่ความร้อน (heat battery) แล้วเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2568 ที่โรงงานปูนซีเมนต์ของ SCG จังหวัดสระบุรี ประเทศไทย และถือเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะนี้แบตเตอรี่ความร้อนได้ส่งมอบปริมาณความร้อนที่ 2.3 MWth (Megawatts thermal) อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับพลังงานมาจากโครงข่ายไฟฟ้าและฟาร์มโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่ไอน้ำร้อนยวดยิ่งที่ส่งจากแบตเตอรี่ความร้อนนี้จะใช้ขับเคลื่อนกังหันไอน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดสำหรับใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ตลอด 24 ชั่วโมง
ยืดหยุ่นต่อการปรับขนาดจาก MW สู่ GW
แบตเตอรี่ความร้อนที่เปิดดำเนินการนี้มีขนาด 33 MWh (Megawatt-hours) เป็นแบตเตอรี่รุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มแบบมอดูลใหม่ของ Rondo โดยปัจจุบัน Rondo นำเสนอแบตเตอรี่ความร้อนที่มีขนาดตั้งแต่ 33 MWh ไปจนถึงมากกว่า 1 GWh ทั้งหมดนี้สามารถใช้วิธีการออกแบบร่วมกัน วางโครงสร้างร่วมกัน และใช้ห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน
ส่วนประกอบในการทำความร้อนทั้งอิฐและลวดความร้อนถูกผลิตขึ้นเป็นจำนวนมาก แล้วนำมารวมเข้าด้วยกัน โดยจัดรูปแบบให้ได้ขนาดแบตเตอรี่ความร้อนที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย ตั้งแต่หน่วยขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงหน่วยขนาดใหญ่ที่ให้ความร้อนได้มากกว่า 100 MWth สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ อย่างเช่น โรงงานเคมี และโรงสกัดโลหะ
แพลตฟอร์มที่เป็นแบบมอดูลของ Rondo ได้ผสานรวมคุณประโยขน์ของการออกแบบให้มีจุดร่วมที่สามารถนำไปผลิตเป็นจำนวนมากได้ เป็นการส่งมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าและนักลงทุน พร้อมกับความสามารถในการจัดรูปแบบเพื่อให้ได้เอาต์พุตทางความร้อน สภาวะไอน้ำ ขนาดกักเก็บ อัตราการชาร์จ และคุณสมบัติอื่นๆ ของแบตเตอรี่ความร้อน เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับโครงการ
ติดตั้งไปทั่วโลกโดยใช้ห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น
Rondo และ SCG Cleanergy ร่วมกันสร้างหน่วยแบตเตอรี่ความร้อนนี้ในประเทศไทยโดยอาศัยผู้ส่งมอบในท้องถิ่นเป็นหลัก ความสำเร็จของโครงการนี้ได้แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีการกักเก็บที่อยู่บนพื้นฐานของอิฐที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rondo นั้น สามารถยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการบรรลุข้อได้เปรียบด้านต้นทุน และความรวดเร็วที่ได้จากการออกแบบให้มีจุดร่วมกันในแบบมอดูล
นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังร่วมกันประกาศอีกว่า SCG Cleanergy กำลังพัฒนาโครงการด้านความร้อนสะอาดสำหรับอุตสาหกรรม ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของ Rondo เพื่อให้บริการลูกค้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การประกาศในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Rondo ได้ดำเนินการทดสอบเพื่อให้การรับรองแบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำระดับโลกของ Rondo ในอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานความร้อนไฟฟ้า (ETES) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
การกำเนิดไฟฟ้าด้วยความร้อน
หน่วยแบตเตอรี่ความร้อนที่โรงงานปูนซีเมนต์ของ SCG จังหวัดสระบุรี ได้ผสานรวมเข้ากับระบบนำความร้อนกลับคืน (heat recovery) ของโรงงานปูนซีเมนต์ และเป็นแบตเตอรี่ความร้อนเพียงหน่วยเดียวในโลกที่ใช้ขับกังหันไอน้ำ โดยที่ไอร้อนยวดยิ่งที่จ่ายออกไปนั้นจะช่วยเพิ่มกำลังเอาต์พุตของกังหันแบบนำความร้อนกลับคืน
ความร่วมมืออันแข็งแกร่งของ Rondo และ SCG
ปัจจุบัน Rondo และ SCG กำลังขยายการผลิตและปรับใช้เพื่อตอบสนองความต้องการการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตพลังงานสะอาดระดับโลก
Eric Trusiewicz ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rondo กล่าวว่า — “วันนี้ เราเปิดตัวแบตเตอรี่ความร้อนหน่วยแรกที่เป็นส่วนหนึ่งตามแนวทางการปรับขนาดในแบบมอดูลใหม่ของเรา โดยเป็นแบตเตอรี่ความร้อนหน่วยแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นแบตเตอรี่เดียวในโลกที่จ่ายไอน้ำแรงดันสูงเพื่อใช้ในการกำเนิดไฟฟ้า”
Eric Trusiewicz กล่าวอีกว่า — “โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า การใช้พลังงานสะอาดเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนั้นไม่เพียงแค่เป็นไปได้เท่านั้น แต่ยังประหยัดและทำได้รวดเร็วอีกด้วย” “ทีมงานของเรา และ SCG ได้สร้างระบบนี้เป็นแห่งแรกโดยใช้เวลาเพียง 8 เดือน นับเป็นต้นแบบที่บอกได้ว่าอุตสาหกรรมต่างๆ นั้นสามารถเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าได้ทุกที่ในโลก”
คุณอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCG Cleanergy กล่าวว่า — “การบูรณาการแบตเตอรี่ความร้อนของ Rondo ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” “เนื่องจากอุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อนสูง อย่างเช่น สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ และการแปรรูปอาหาร กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ โดย SCG Cleanergy กำลังนำจุดแข็งและเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ SCG มาใช้เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดด้วยต้นทุนที่ต่ำ เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราลดคาร์บอนทั่วทั้งภูมิภาคไปพร้อมกับการเติบโตของลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเติบโตสีเขียวอย่างมีส่วนร่วม (Inclusive Green Growth) ของ SCG ที่จะขับเคลื่อนการแปรรูปอุตสาหกรรมไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำโดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน พร้อมกับเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืน ความสำเร็จครั้งนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ของ SCG”
ที่มา: Rondo Energy
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






