ปิดฉาก TESE 2026 อย่างยิ่งใหญ่ เชื่อมธุรกิจไทย–จีน–อาเซียนสู่ตลาดโลก ดึงผู้เข้าชมกว่า 15,000 คน เกิด Business Matching กว่า 300 คู่ สร้างมูลค่าธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท [PR]

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จสำหรับ Thailand E-Commerce Selection Expo 2026 (TESE 2026) มหกรรมธุรกิจและ E-Commerce แห่งปี ณ Hall 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดย สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน–สากล (AITIA) ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ แบรนด์ ผู้ผลิต เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศไทย จีน และเอเชีย เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าและตลาดโลก สำหรับปีนี้ได้ผนึกแนวร่วมกับ บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดงาน Franchise Expo Thailand 2026 รวมสุดยอดธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจครบวงจรใหญ่ที่สุดแห่งปี รวมพื้นที่จัดงานกว่า 15,000 ตารางเมตร

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน TESE 2026 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมกว่า 15,000 คน จาก 58 ประเทศทั่วโลก เช่น จีน ญี่ปุ่น อัลเบเนีย อัฟกานิสถาน แอลจีเรีย เมียนมา ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์เช่น พร้อมผู้ประกอบการ แบรนด์ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการกว่า 150 บูธ สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจและ E-Commerce ของภูมิภาคเอเชีย

รวมสินค้า ผู้ผลิต แบรนด์ และ Business Solutions ครบวงจรในงานเดียว

ภายในงานรวบรวมธุรกิจและโซลูชันหลากหลาย ตั้งแต่ สินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพและความงาม แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ อาหาร บรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยี AI, Digital Marketing, E-Commerce Platform, Logistics, Payment และ Business Solutions ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของ E-Commerce Ecosystem

ภายในงานยังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ให้บริการและองค์กรใน E-Commerce Ecosystem อาทิ Mistine, MYSS, Cuddicare, Dawona, BearBeary, Bertram (1958), Better Way International, T.Man Pharma, VELLY INFINITE, Star LED, First Canned Food, AP Smart, iBotnoi, SeniorSoft Development, Semantic Touch, Clean Care Concept Manufacturing, Shipnity, PK Product Group, System Excellent, KIWIS GEMS, Lazada Thailand, TikTok, Alibaba.com, AJ E-Commerce, DigiConnect, Am2b Marketing, iShip Service, Easy Pack, Sooderra Inter Logistics, Pantip Mall, Pixel Mango AI, REEZLIVE ,THAITHAI รวมถึงผู้ประกอบการไทยจาก depa Pavilion และ สสว. Pavilion กว่า 20 ราย ซึ่งต่างเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า นำเสนอโซลูชัน และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ เพื่อขยายตลาดและต่อยอดธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

การรวมตัวของผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้ TESE 2026 เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็น Business Ecosystem ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ค้นหาสินค้าใหม่ พบผู้ผลิตโดยตรง เรียนรู้เทคโนโลยี เข้าถึงแพลตฟอร์ม พบผู้ให้บริการ และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจได้ครบจบภายในงานเดียว

เชื่อมความร่วมมือไทย–จีน เปิดประตูสู่ Cross-Border E-Commerce

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ TESE 2026 คือการเข้าร่วมของผู้ประกอบการจาก มณฑลซานตง ประเทศจีน จำนวน 50 บริษัท ซึ่งนำสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทมาจัดแสดง ครอบคลุมกลุ่มความงาม สุขภาพ ฟิตเนส ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า และสินค้าไลฟ์สไตล์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะและเจรจากับผู้ผลิตจากจีนโดยตรง

นายเชอ เหว่ย ผู้อำนวยการกองธุรกิจบริการกรมพาณิชย์มณฑลซานตง  กล่าวว่า ซานตงและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่แน่นแฟ้น และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในด้าน E-Commerce และการค้าข้ามพรมแดน พร้อมมุ่งหวังให้ TESE 2026 เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้า ผู้ประกอบการ และโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและซานตง เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการเติบโตร่วมกันในอนาคต

Business Matching กว่า 300 คู่ สร้างมูลค่าการซื้อขายและโอกาสทางธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท

หนึ่งในกลไกสำคัญที่ผลักดันให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม คือกิจกรรม Business Matching ซึ่งตลอดการจัดงานเกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 300 คู่ คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายและโอกาสทางธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของ TESE 2026 ในการทำหน้าที่เป็น Business Gateway เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ผลิต นักลงทุน แบรนด์ และพันธมิตรทางธุรกิจจากหลากหลายประเทศ ให้สามารถพบปะ เจรจา และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจได้โดยตรง

ภาครัฐ–เอกชน ผนึกกำลังยกระดับ MSME ไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

TESE 2026 ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ สมาคม และพันธมิตร กว่า 16 หน่วยงาน ครอบคลุมด้านดิจิทัล เทคโนโลยี การพัฒนาทักษะ ทรัพย์สินทางปัญญา การตลาด และการขยายตลาดต่างประเทศ อาทิกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (OSMEP), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) , กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA), อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), MarTech Association Thailand, สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), สมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย (TITA), สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA), สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย, สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT),สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไมซ์ภาคอีสาน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)

ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า E-Commerce ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และ TESE 2026 เป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดความร่วมมือ เพื่อยกระดับสินค้าและบริการไทยสู่ตลาด E-Commerce ระดับสากล

ขณะที่ คุณปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน และรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า สสว. มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ TESE 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ MSME ไทยยกระดับสินค้า ปรับตัวสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล และขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย สสว. พร้อมทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อม” สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดสากล

30+ กูรู 40+ หัวข้อ เติมองค์ความรู้และเครื่องมือให้ผู้ประกอบการ

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของงานคือเวที Conference, เวที Forum, เวทีSeminar และ Workshop ที่รวบรวมวิทยากรและกูรูด้าน E-Commerce กว่า 30+ คน พร้อมหัวข้อสัมมนากว่า 40+ หัวข้อ ครอบคลุม Digital Economy, Digital Marketing, AI, Branding, Content Creation, Trademark, Technology Licensing, Lazada, Alibaba.com, Cross-Border E-Commerce, Live Commerce และ MarTech

โดยมุ่งเน้นองค์ความรู้ กลยุทธ์ และเครื่องมือที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อช่วย สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย ขยายตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกดิจิทัล

AITIA เดินหน้าสร้าง E-Commerce Ecosystem เชื่อมธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก

คุณชไมพร เจือเจริญ นายกสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน–สากล (AITIA) กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ไม่สามารถพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างด้วย องค์ความรู้ กลยุทธ์ เทคโนโลยี และความเข้าใจตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

“TESE 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ต้องการเชื่อมโยง สินค้า คน ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงพันธมิตรและตลาดใหม่ พร้อมเติบโตไปสู่เวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก”

การจัดงานครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ AITIA ในการสร้าง E-Commerce Ecosystem ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ผลิต แบรนด์ แพลตฟอร์ม นักลงทุน และผู้ประกอบการจากประเทศไทย จีน และอาเซียน เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสทางการค้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

TESE 2026 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จ พร้อมตอกย้ำบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจ E-Commerce ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ “พบผู้ผลิตจริง เรียนรู้จริง เจรจาจริง และสร้างโอกาสทางธุรกิจจริง”

จากการรวมตัวของผู้ผลิต แบรนด์ แพลตฟอร์ม เทคโนโลยี และ Business Solutions จากประเทศไทย จีน และอาเซียน ภายใต้พื้นที่เดียวกัน TESE 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงสินค้า แต่เป็น จุดเชื่อมต่อของโอกาสทางธุรกิจ ที่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดใหม่ พันธมิตรใหม่ และองค์ความรู้ใหม่ พร้อมก้าวสู่การแข่งขันในตลาดโลกอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ภาพบรรยากาศงาน  https://drive.google.com/drive/folders/1xSc4NbqrUlkJ2T2lhsGL8hPPO91cX25p?usp=sharing

ข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายขายและการตลาด
คุณเชิดชัย กำลังสง่า โทรฯ 083-770-9888
Email : [email protected]
งาน TESE 2026: tese.aitia.or.th

ติดต่อสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล
AITIA:
aitia.or.th
LINE OA: @tese
Email : [email protected]

About Saranya MTT

Check Also

บริหาร Supply Chain ให้ชาญฉลาดขึ้น ด้วย SAP Business AI และ SAP Joule โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

การบริหารจัดการ Supply Chain นั้นถือเป็นงานที่มีความท้าทายมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นงานที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายฝ่ายทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝ่ายขาย, ข้อมูลฝ่ายการผลิต, ข้อมูลคลังสินค้า, ข้อมูลฝ่ายทรัพยากรบุคคล, ข้อมูลการขนส่ง ไปจนถึงข้อมูลการสื่อสารร่วมกับ Supplier ภายนอกในแต่ละด้าน

มินิซีรี่ส์พิเศษ: เจาะลึกดีล 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ! Brady ปิดดีลซื้อกิจการ PSS จาก Honeywell จัดทัพใหม่ 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ดันลูกหม้อ Metrologic นั่งแท่น CTO คุมทัพเทคโนโลยีทั้งองค์กร

ในโลกของธุรกิจและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม แทบไม่มีข่าวไหนที่จะสร้างความตื่นเต้นได้เท่ากับการประกาศเข้าซื้อกิจการมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5 หมื่นล้านบาท) เมื่อ Brady Corporation ประกาศรวบรวมธุรกิจ Productivity Solutions and Services …