2 เมกะเทรนด์ ที่จะพลิกโฉมโรงงานการผลิตภายในปี 2030

NTT Data ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและดิจิทัลระดับโลก ได้ออกมาเปิดเผยรายงานวิเคราะห์ถึง 2 เมกะเทรนด์ที่จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าโรงงานผลิตภายในปี 2030 ซึ่งอาจทำให้ภาพของ “คน” บนสายการผลิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

1. การมาถึงของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots)

ลบภาพจำหุ่นยนต์แขนกลที่ทำงานตามคำสั่งเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่จะขับเคลื่อนด้วย Multimodal AI ที่ผสานทั้งการมองเห็น การใช้ภาษา และการวางแผนเข้าด้วยกัน ทำให้พวกมันสามารถ “ตัดสินใจเองได้” และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

  • ปัจจุบัน: เริ่มเห็นการใช้ในงานคัดแยกวัสดุหรือเคลื่อนย้ายสินค้า
  • อนาคต: เมื่อเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว (Fine Motor Skills) พัฒนาขึ้น เราจะเห็นหุ่นยนต์เหล่านี้ทำงานประกอบชิ้นส่วนที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้มากขึ้น

2. โรงงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือ “Dark Factory”

เทรนด์ที่สองคือการก้าวไปสู่ Autonomous Factory หรือ Dark Factory โรงงานที่สามารถทำงานได้เองในความมืดโดยไม่ต้องมีมนุษย์เฝ้า เครื่องจักรจะประสานงานกันเอง ปรับปรุงกระบวนการผลิต และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อัตโนมัติผ่านระบบ IoT และ Digital Twin ที่ไม่ได้มีไว้แค่จำลองสถานการณ์ แต่มีไว้เพื่อ “สั่งการ” เครื่องจักรจริงในทันที

การเตรียมตัวสู่ปี 2030

NTT Data เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เรื่องชั่วข้ามคืน แต่คือ Multi-year Transformation สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้คือ:

  • รากฐานข้อมูล: ต้องมีมาตรฐานข้อมูลที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกันได้
  • ความปลอดภัยไซเบอร์: เมื่อทุกอย่างออนไลน์ ความปลอดภัยของระบบ IT และ OT คือหัวใจสำคัญ
  • โครงการนำร่อง: เริ่มต้นจากโปรเจกต์เล็ก ๆ เพื่อเรียนรู้และขยายผลอย่างเป็นระบบ

แม้ในระยะยาว บทบาทของมนุษย์ในพื้นที่การผลิตอาจลดน้อยลง แต่นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ในการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และความยืดหยุ่นในตลาดที่มีความผันผวนสูง ใครที่เริ่มปรับตัวและวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไว้ก่อน จะเป็นผู้ได้เปรียบในทศวรรษหน้า

ที่มา: https://www.all-about-industries.com/these-two-megatrends-will-redefine-the-industry-by-2030-a-c90ceebfed17335403a1e54b60bbe864/

About pawarit

Check Also

Ajinomoto ไม่ขึ้นราคาฟิล์ม ABF สวนกระแสดีมานด์ชิป AI พุ่ง เร่งขยายกำลังการผลิตรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ความต้องการชิป AI ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกกำลังสร้างแรงกดดันต่อขีดความสามารถในการผลิตวัสดุสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Ajinomoto ผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตผงชูรส ได้กลายมามีบทบาทสำคัญด้วย Ajinomoto Build-up Film (ABF) วัสดุฉนวนระหว่างชั้นเชื่อมต่อโปรเซสเซอร์เข้ากับชิป ซึ่งบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ABB เปิดตัว โคบอทขัดเงาอัจฉริยะ ‘OmniVance’ แก้เกมขาดแคลนแรงงาน

งานขัดและปัดเงาผิวชิ้นงาน (Surface Finishing) ถือเป็นขั้นตอนปราบเซียนที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมโลหะ พลาสติก และงานไม้ แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับ “ความท้าทายแบบคูณสอง” ทั้งจากความต้องการการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น และวิกฤตขาดแคลนช่างฝีมือ ซึ่งมีข้อมูลคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการผลิตอาจเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานถึง 1.9 ล้านตำแหน่งภายในปี 2033