Honeywell ร่วมกับ Qualcomm พัฒนา Multi-Modal AI สำหรับอุปกรณ์พกพาเชิงอุตสาหกรรม

Honeywell ประกาศว่า กำลังทำงานร่วมกับ Qualcomm Technologies พัฒนา Multi-Modal AI เทคโนโลยี AI อีกประเภทหนึ่งที่มีจุดเด่นในด้านความเข้าใจเชิงลึกและสามารถทำงานร่วมกับข้อมูลประเภทต่าง ๆ อย่างเช่น รูปภาพ บทสนทนา ข้อความทั่วไป วิดีโอและเสียง โดยมุ่งเป้าไปที่การผสาน Multi-Modal AI ให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์พกพาของ Honeywell เพื่อจะช่วยให้พนักงานและลูกค้าในศูนย์กระจายสินค้าและอุตสาหกรรมค้าปลีกสามารถโต้ตอบกับอุปกรณ์พกพาของตนได้อย่างเป็นธรรมชาติผ่านเสียง รูปภาพ และบาร์โค้ด

โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ สร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดิจิทัลสำหรับแรงงานยุคใหม่ และออกแบบมาเพื่อให้แรงงานที่มีงานล้นมือในปัจจุบันสามารถค้นหาคำตอบและผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลา มีความแม่นยำมากขึ้น และให้ผลลัพธ์แบบโต้ตอบได้ การออกแบบและพัฒนา Multi-Modal AI ยังช่วยเสริมแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของ Honeywell ให้สอดคล้องกับเมกกะเทรนด์ที่รวมถึงระบบอัตโนมัติอยู่ด้วย

คาดว่า Multi-Modal AI จะพร้อมใช้งานในช่วงต้นปี 2025 หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Honeywell ใช้ประโยชน์จาก AI ในอุตสาหกรรมสำคัญ สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่: https://automation.honeywell.com/us/en/products/productivity-solutions

ความร่วมมือระหว่าง Honeywell และ Qualcomm ในครั้งนี้ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการริเริ่มโซลูชันนวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนการเชื่อมต่อกันของมนุษย์และเครื่องอัจฉริยะ นั่นหมายความว่า Multi-Modal AI นวัตกรรมใหม่ของ Honeywell จะเป็นก้าวสำคัญในการใช้ประโยชน์จาก Intelligent Edge ขั้นสูงเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและยกระดับการโต้ตอบกับลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม

ที่มา : https://www.prnewswire.com/news-releases/honeywell-to-develop-artificial-intelligence-enabled-agent-powered-by-qualcomm-302254568.html

About pawarit

Check Also

จาก AI สู่การครองโลกวิศวกรรม: งาน GTC 2026 ชี้ชัด Nvidia แทรกซึมอยู่ทุกที่

งาน GTC 2026 ของ Nvidia ล่าสุด ไม่ได้มีหน้าฉากแค่เรื่องของ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีโชว์ความเหนียวแน่นกับบรรดามิตรแท้ในวงการซอฟต์แวร์วิศวกรรมอีกด้วย

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค