Siemens จับมือ Nvidia เปิดตัว Fuse EDA AI Agent ยุคใหม่สำหรับการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจร (PCB) ที่มาพร้อมความสามารถ “Self-Verifying” ช่วยรันซิมูเลชัน เฝ้าระวังระบบ ตรวจจับข้อผิดพลาด และแก้ไขงานได้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระวิศวกรและยกระดับความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาด

จุดเด่นสำคัญของระบบนี้คือความสามารถแบบ “Self-Verifying” หรือการตรวจสอบความถูกต้องด้วยตัวเอง AI จะไม่ตัดสินใจผลลัพธ์โดยพลการ แต่จะนำผลการคำนวณไปเทียบกับเครื่องมือ EDA ที่อิงหลักฟิสิกส์และความแม่นยำสูงของ Siemens เสมอ เพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนส่งงานต่อไป ในขณะเดียวกันวิศวกรก็ยังคงมีอำนาจควบคุม (Human-in-the-loop) สามารถตรวจสอบแผนงานและเข้าแทรกแซงได้ทันทีหากพบความผิดปกติ ผลทดสอบเบื้องต้นพบว่านวัตกรรมนี้ช่วยลดระยะเวลาการทำงานลงได้มากกว่า 10 เท่า พร้อมทั้งหั่นต้นทุนการประมวลผล (Token costs) ลงได้ถึง 5-10 เท่า
เบื้องหลังขุมพลังความฉลาดนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของ Nvidia อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโมเดล Nemotron สำหรับช่วยจัดการเวิร์กโฟลว์ สภาพแวดล้อม Openshell ที่ช่วยรับประกันความปลอดภัยของข้อมูล และการเร่งความเร็วการคำนวณด้วยเทคโนโลยี GPU และ CUDA-X นอกจากนี้ ระบบยังถูกออกแบบมาให้เปิดกว้าง โดยเตรียมรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องมือ EDA จากผู้พัฒนาภายนอกค่ายอื่นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน
ปัจจุบัน Siemens กำลังเร่งขยายขีดความสามารถของระบบให้ครอบคลุมระบบนิเวศงานออกแบบที่กว้างขึ้น เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ 3D IC รวมถึงเปิดตัวเครื่องมือวิเคราะห์เลย์เอาต์ที่เปิดให้วิศวกรใช้ภาษาธรรมชาติพูดคุยโต้ตอบเพื่อแก้ปัญหากับ AI ได้โดยตรง ซึ่งความก้าวหน้าทั้งหมดนี้กำลังถูกนำไปทดสอบใช้งานในกระบวนการออกแบบจริงโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง STMicroelectronics ถือเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการและผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยควรจับตามองอย่างใกล้ชิด
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







