เศรษฐกิจไทยสูญเงินราว 8.25 หมื่นล้านจากวิกฤติซัพพลายเชน

20เมษายน 2666 – กรุงเทพฯ – ทีเอ็มเอ็กซ์ โกลบอล (TMX Global) ที่ปรึกษาด้านการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ (Business Transformation) และด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงด้านซัพพลายเชนอย่างครบวงจร (End to End Supply Chain Transformation) ประเมินว่า ปัญหาการหยุดชะงักของซัพพลายเชนอันเป็นผลจากปัจจัยต่างๆ เช่น โรคระบาด ความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์โลก และความเปราะบางจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสูญเสียเกือบ 8.25 หมื่นล้านบาทต่อปี

นางสาวนัยนา กอเจริญรัตน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท TMX Global

ในปี 2565 ปัญหาด้านซัพพลายเชนทำให้บริษัททั่วโลกสูญเสียรายได้โดยเฉลี่ย 0.47%[1] นางสาวนัยนา กอเจริญรัตน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท TMX Global ประเมินว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มูลค่า 17 ล้านล้านบาท[2] หรือประมาณ 534,758 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ[3] ในปีที่แล้ว ดังนั้นธุรกิจในประเทศไทยสูญเสียยอดขายประมาณ 8.25 หมื่นล้านบาทต่อปีเนื่องจากปัญหาด้านซัพพลายเชน

“เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซัพพลายเชนของไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยนโยบายปลอดโควิดของจีนส่งผลกระทบต่อการนำเข้าของไทยจากแหล่งวัตถุดิบสำคัญของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ และฝูเจี้ยน ทำให้ผู้ผลิตในประเทศขาดแคลนวัตถุดิบซึ่งส่งผลต่อการผลิตสินค้า

ในขณะที่การกลับมาเปิดประเทศแบบฉับพลันของประเทศจีนและปัญหาขาดแคลนแรงงานตามท่าเรือขนส่งสินค้าในจีน ณ ปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือขนส่งสินค้า ซึ่งกระทบต่อผลกำไรของบริษัท” นางสาวนัยนา กล่าว

“นอกจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ประเทศไทยยังเคยประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ๆ ในอดีต และสถานการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดในภาคใต้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาด้านโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลต่อภาคการผลิตสำคัญ เช่น การเกษตรและยานยนต์

“ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์สำหรับผู้ผลิตในเอเชีย ดังนั้น ปัญหาจากสภาพภูมิอากาศอย่างเช่นน้ำท่วมที่ทำให้การขนส่งล่าช้า จึงส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งซัพพลายเชนในประเทศและต่างประเทศ ดังเช่นการที่โรงงานผลิตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี (นิคมอุสาหกรรมนวนคร) ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2563 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกบางราย

เมื่อประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ เช่น ผลสืบเนื่องจากสงครามในยูเครน และการบริหารจัดการเพื่อการใช้ชีวิตในสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศจีน สิ่งที่ธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ คือ ทำให้ซัพพลายเชนของตนเองมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศ ดังที่ได้วิเคราะห์ไว้ข้างต้น” นางสาวนัยนา กล่าวเสริม

แนะจัดทัพบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยีด้านซัพพลายเชนให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ธุรกิจควรพิจารณาในการสร้างซัพพลายเชนที่สามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงนั้น นางสาวนัยนา ได้ให้แนวทางไว้ 3 ด้าน ได้แก่ กระบวนการ ปรับกระบวนการทำงานให้เหมาะสมพร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี นำเทคโนโลยีดิจิทัลและพัฒนาการด้านนวัตกรรมมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ และ บุคลากร เพิ่มพูนทักษะให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์และพร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนสู่ซัพพลายเชนรูปแบบใหม่

“ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบจากข้อตกลงการค้าเสรีทั้งในระดับภูมิภาคและทวิภาคีกับหลายประเทศคู่ค้า อาทิ การจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน แต่อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างซัพพลายเชนของตนเองให้รองรับสถานการณ์ในอนาคต

“การดำเนินงานด้านซัพพลายเชนจะเติบโตอย่างก้าวหน้าเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่สามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้นสถานการณ์โลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการวางกลยุทธ์ด้านซัพพลายเชนในระยะยาวด้วยการขจัดปัจจัยความไม่แน่นอนออกจากการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด กลยุทธ์นี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่าตลอดทั้งซัพพลายเชนและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านโซลูชันส์ต่าง ๆ

“ในขณะที่หลายภูมิภาคของโลกเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด ผู้ประกอบการจึงควรใช้เวลานี้ในการนำบทเรียนต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้จากวิกฤติซัพพลายเชนมาประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติ ตลอดสองปีที่ผ่านมา ประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกที่ TMX รวบรวมจากสถานการณ์นี้ ทำให้ทีมงานของ TMX พร้อมร่วมงานกับผู้ประกอบการในภูมิภาคเพื่อทำให้ธุรกิจและซัพพลายเชนสามารถเดินหน้าด้วยประสิทธิภาพสูงสุด” นางสาวนัยนา กล่าวทิ้งท้าย


[1] Interos (May 2022). Resilience 2022: The Interos Annual Global Supply Chains Report, p. 12.

[2] กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2565). World Economic Outlook Database.

[3] 1.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ = 32.832727 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566)

About pawarit

Check Also

CorefloX ผุดโรงงาน “ระบบหล่อเย็น” ในมาเลเซีย รับเทรนด์ AI บูม เซิร์ฟเวอร์ร้อนแค่ไหนก็เอาอยู่

อุตสาหกรรม AI กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่เบื้องหลังความฉลาดล้ำคือ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ที่ต้องประมวลผลอย่างหนักหน่วงจนเกิดความร้อนมหาศาล การใช้พัดลมเป่าระบายความร้อนแบบเดิมๆ เริ่มเอาไม่อยู่ “ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling)” จึงกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขาดไม่ได้

หมดยุคเห่อ AI เพราะ AI เริ่มกลืนเป็นเนื้อเดียวกับระบบการผลิตในโรงงานแล้ว

วงการอุตสาหกรรมการผลิตกำลังก้าวข้ามจุดตื่นเต้นกับกระแส AI และเข้าสู่ยุคการใช้งานจริงระดับปฏิบัติการ เพราะผู้บริหารระดับสูงจากผู้ผลิตหุ่นยนต์และโซลูชันอุตสาหกรรมชั้นนำ ทั้ง Fanuc America, Honeywell Technologies, Generac และ Briggs and Stratton ชี้ให้เห็นทิศทางเดียวกันว่า …