Nestlé ทุ่มสุดตัว ผุด “ศูนย์ Deep Tech” แห่งแรกของโลก ปั้นนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตด้วย AI และหุ่นยนต์

วงการอาหารและโภชนาการกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อ Nestlé ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการประกาศจัดตั้ง “ศูนย์ Deep Tech” แห่งแรกในอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการ เตรียมผลักดันขีดจำกัดด้านการวิจัย นวัตกรรม และการดำเนินงานให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

ศูนย์แห่งใหม่นี้ ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ณ Nestlé System Technology Center ในเมือง Orbe ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นศูนย์รวมของสุดยอดเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยจะต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมของ Nestlé ในด้านระบบเซ็นเซอร์, การจดจำผลิตภัณฑ์ และการควบคุมระยะไกล เพื่อคัดกรอง, ทดสอบ, และพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ ได้แก่:

  • เซ็นเซอร์อัจฉริยะ: สำหรับการเก็บข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • หุ่นยนต์แห่งอนาคต: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในสายการผลิต
  • ระบบเข้ารหัส AI ประสิทธิภาพสูง: เพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจที่ชาญฉลาด
  • โซลูชันเสมือนจริง/ผสมผสาน (Virtual/Mixed Reality): เพื่อยกระดับประสบการณ์การวิจัยและพัฒนา

เทคโนโลยีเหล่านี้จะพลิกโฉม Nestlé อย่างไร?

การลงทุนใน Deep Tech ครั้งนี้จะช่วยให้ Nestlé สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อาทิ:

  • เครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ: มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่เหนือกว่า
  • นวัตกรรมโภชนาการเฉพาะบุคคล: ตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
  • อุปกรณ์ควบคุมตัวเองได้: เพื่อความสะดวกสบายและความแม่นยำในการใช้งาน
  • โซลูชันการประกันคุณภาพแบบไดนามิก: มั่นใจในคุณภาพผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอน

ขยายขีดความสามารถด้านโภชนาการและสุขภาพ

นอกจากการมุ่งเน้นที่เทคโนโลยี Deep Tech แล้ว Nestlé ยังจะเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพและการวิจัยทางคลินิก ซึ่งจะนำไปสู่โซลูชันโภชนาการใหม่ ๆ ที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับนวัตกรรมที่มุ่งเน้นผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่ม:

  • โภชนาการสำหรับมารดาและเด็กแรกเกิด: เพื่อการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุด
  • โภชนาการทางการแพทย์: สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
  • แพลตฟอร์มการเติบโตใหม่ ๆ: เช่น การมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว, สุขภาพของผู้หญิง, และการจัดการน้ำหนัก

โซลูชันที่อิงหลักวิทยาศาสตร์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้กับธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงของ Nestlé ด้วย เพื่อการบำบัดโรคสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ความสามารถใหม่ ๆ จะรวมถึงการพัฒนาการทดสอบคัดกรองรุ่นต่อไป, การเสริมสร้างศักยภาพในการหมักแบบแม่นยำ, และโปรแกรมการวิจัยทางคลินิกที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางโภชนาการและการพัฒนาชีวแอคทีฟและไบโอติกส์รุ่นใหม่ รวมถึงโพสต์ไบโอติกส์และซินไบโอติกส์

วิสัยทัศน์ “Nestlé Virtuous Circle”

คุณโลรองต์ ไฟรซ์ ซีอีโอของ Nestlé S.A. กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ขีดความสามารถใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพและ Deep Tech เหล่านี้ จะขับเคลื่อนการเติบโตด้วยการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของ Nestlé นี่คือการนำ ‘Nestlé Virtuous Circle’ มาสู่การปฏิบัติจริง: การปลดล็อกการลงทุนผ่านประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและการเติบโตที่มุ่งเน้นและสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

การเปิดตัวศูนย์ Deep Tech แห่งใหม่นี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Nestlé ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารและโภชนาการระดับโลก และเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ยุคใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และตอบโจทย์สุขภาพของผู้คนและสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืน

ที่มา : https://www.manufacturing.net/artificial-intelligence/news/22941503/nestl-to-create-capabilities-in-bio-tech-deep-tech

About pawarit

Check Also

ดีป้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ ดิจิทัล ไตรมาส 1/69 ลดลงจากไตรมาสก่อน แม้เห็นสัญญาณฟื้นตัวใน 3 เดือนข้างหน้า [PR]

ดีป้า เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาส 1 ประจำปี 2569 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และยังคงอยู่ในระดับ ‘ไม่เชื่อมั่น’ สาเหตุจากการที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยี การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่ยังจำกัดหลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสิ้นสุดลง และการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่ล่าช้ากว่ากำหนด ชี้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมหวังให้รัฐเพิ่มช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุน เร่งพัฒนาทักษะบุคลากรภาคดิจิทัล สนับสนุนงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลร่วมกับเอกชน …

จาก AI สู่การครองโลกวิศวกรรม: งาน GTC 2026 ชี้ชัด Nvidia แทรกซึมอยู่ทุกที่

งาน GTC 2026 ของ Nvidia ล่าสุด ไม่ได้มีหน้าฉากแค่เรื่องของ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีโชว์ความเหนียวแน่นกับบรรดามิตรแท้ในวงการซอฟต์แวร์วิศวกรรมอีกด้วย