วงการพลังงานสะอาดในสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในช่วงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่หลายรายเร่งขยายฐานการผลิตในประเทศ ล่าสุด Hithium บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่จากจีน ได้เปิดโรงงานผลิตโมดูลและระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่ที่เมืองเมสกีต รัฐเท็กซัส ด้วยกำลังการผลิตรวมสูงถึง 10GWh ต่อปี และเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แสดงถึงความเชื่อมั่นต่อตลาดสหรัฐฯ การลงทุนนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต

ในขณะเดียวกัน LG Energy Solution (LG ES) ผู้ผลิตแบตเตอรี่สัญชาติเกาหลีใต้ ก็ได้เริ่มเดินสายการผลิตเซลล์ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) จำนวนมากจากโรงงานในเมืองฮอลแลนด์ รัฐมิชิแกน โดยเป็นการปรับเปลี่ยนสายการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เดิม เพื่อผลิตเซลล์สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ด้วยกำลังการผลิต 5.5GWh ต่อสายการผลิต รวมสามสายการผลิต
การขยายตัวของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบาย BESS โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการจูงใจด้านภาษี เช่น Investment Tax Credit (ITC) และ Production Tax Credit (PTC) ซึ่งรัฐบาล Biden-Harris ได้ผลักดันเพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและการพึ่งพาตนเอง รวมถึงการเพิ่มภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่จากจีน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการเริ่มต้นวาระที่สองของประธานาธิบดี Donald Trump ในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ชะตากรรมของมาตรการจูงใจและภาษีเหล่านี้ยังไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลให้การลงทุนใหม่ๆ ในภาคการผลิตแบตเตอรี่ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ชะลอตัวลง
แม้จะมีความไม่แน่นอนทางนโยบาย แต่ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ จากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงศูนย์ข้อมูล AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการลงทุนด้านการกักเก็บแบตเตอรี่ ซึ่ง LG ES คาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต การขยายตัวของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งทิศทางนโยบายจากรัฐบาลชุดปัจจุบันจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ต่อไป
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








