Siemens ส่ง AI “ผู้ช่วยวิศวกร” ปิดช่องว่างทักษะ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามดึงงานภาคการผลิตกลับประเทศ แต่กลับติดหล่มมานานหลายปี ไม่ใช่แค่เรื่องความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตก นั่นคือ “ช่องว่างด้านทักษะ” ของแรงงาน ถึงแม้จะมีตำแหน่งงานในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นก็ตาม

วิกฤตแรงงานไร้ฝีมือ: อายุเฉลี่ยการทำงานภาคการผลิตลดลงฮวบ

Peter Koerte ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ (CSO) ของ Siemens AG กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติเยอรมัน เปิดเผยผลวิจัยที่น่าเป็นห่วงว่าอายุเฉลี่ยการทำงานในภาคการผลิตของสหรัฐฯ ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 20 ปีในปี 2019 เหลือเพียง 3 ปีในปี 2023 สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตแรงงานไร้ฝีมือ เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ที่เข้าสู่ภาคการผลิตในปัจจุบัน ขาดทักษะที่จำเป็น เพราะไม่มีใครต้องการทำงานในโรงงาน

แม้ตัวเลขทางการจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ จะดูไม่เลวร้ายเท่า โดยระบุว่าอายุเฉลี่ยการทำงานของพนักงานภาคการผลิตลดลงจาก 5.9 ปีในปี 2014 เหลือ 4.9 ปีในอีกสิบปีต่อมา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร แรงงานภาคการผลิตในปัจจุบันก็มีความเชี่ยวชาญน้อยกว่าพนักงานในงานเดียวกันเมื่อหลายสิบปีก่อนมาก

Siemens ใช้ AI Copilot หนุนภาคการผลิต

Siemens กำลังผลักดันการใช้ AI copilot ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อช่วยวิศวกรและพนักงานโรงงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ทำให้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเป็นประชาธิปไตย”

ในปี 2024 Siemens ได้เริ่มโครงการนำร่องที่ใช้ AI copilot เพื่อช่วยทีมวิศวกรค้นหาข้อมูลจากคู่มือของ Siemens ด้วย ภาษาธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงงาน และในปีนี้ บริษัทได้ขยายผลด้วยการเปิดตัว Industrial Foundational Model ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่น เครื่องมือ AI นี้สามารถใช้โดยพนักงานที่พยายามหาสิ่งที่ต้องทำเมื่อเครื่องจักรเสีย พนักงานสามารถป้อนข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องจักรและรหัสข้อผิดพลาดที่แสดงอยู่ จากนั้นจะได้รับคำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีแก้ไขปัญหา การที่เครื่องจักรหยุดทำงานน้อยลงช่วยให้โรงงานประหยัดเวลาและเงิน นอกจากนี้ การใช้ AI ในลักษณะนี้ยังช่วย “ทำให้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเป็นประชาธิปไตย” อีกด้วย

AI เปลี่ยนโฉมองค์กร: จากผู้ช่วยเขียนโค้ดสู่การใช้งานทั่วทั้งธุรกิจ

Koerte เชื่อว่าการมาถึงของ AI เชิงกำเนิด (Generative AI) เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการพลิกโฉมองค์กร Siemens เป็นผู้ริเริ่มนำ AI รูปแบบดั้งเดิมมาใช้ในภาคการผลิตมานานแล้ว เช่น การตรวจสอบคุณภาพ หรือการทำให้มั่นใจว่าอาคารต่างๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ก่อนที่กระแส AI เชิงกำเนิดจะบูมในช่วงปลายปี 2022 Siemens มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI มากกว่า 1,500 คน

ตลอดเส้นทางนี้ Siemens ได้ร่วมมือกับพันธมิตร AI หลากหลายราย รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่เช่น Nvidia และ Amazon Web Services รวมถึงบริษัท AI ในยุโรป และผู้ผลิต Large Language Model (LLM) ในจีน โดย Koerte ชี้ว่า Microsoft เป็นพันธมิตรที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งให้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีนำเสนอผลิตภัณฑ์ AI สำหรับอุตสาหกรรมออกสู่ตลาด

การพัฒนาซอฟต์แวร์ถือเป็นกรณีการใช้งานลำดับต้นๆ สำหรับ AI เชิงกำเนิด ปัจจุบันพนักงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประมาณ 27,000 คนของบริษัทได้ใช้ผู้ช่วยเขียนโค้ด AI เช่น GitHub Copilot และเครื่องมือเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ระหว่าง 10% ถึง 30%

ในภาพรวมของการทำงาน มีกรณีการใช้งาน AI ที่แตกต่างกันถึง 460 กรณี ที่ใช้งานจริงในปัจจุบัน ซึ่งไม่รวมถึง AI chatbots เฉพาะที่พนักงานสามารถสร้างขึ้นเพื่อทำงานผ่านระบบที่ปลอดภัยที่เรียกว่า SiemensGPT โดยรวมแล้ว พนักงานของ Siemens ได้สร้างบอทที่ไม่ซ้ำกันกว่า 15,000 ตัว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024

AI: กุญแจสู่การเพิ่มผลิตภาพและแก้ปัญหาช่องว่างทักษะในอนาคต

Peter Koerte จาก Siemens ยืนยันว่า AI เข้ามาอยู่ในทุกส่วนของธุรกิจแล้ว และคำถามสำคัญคือ AI สามารถช่วยประหยัดได้มากแค่ไหน? แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI เชิงกำเนิดยังไม่ชัดเจนสำหรับผู้บริหารหลายคน แต่ Siemens ตั้งเป้าหมายที่จะ เพิ่มผลิตภาพประจำปีเป็นสองเท่า จากเดิม 3-4% ด้วยการนำ AI มาใช้

Koerte เชื่อว่าภาคส่วนที่มี ช่องว่างทักษะขนาดใหญ่ จะได้รับประโยชน์จาก AI มากที่สุด ยกตัวอย่างกรณีที่ Siemens เปิดตัวเครื่องมือ AI ช่วยนักรังสีวิทยาในการวินิจฉัยโรค การนำไปใช้กลับแพร่หลายใน ประเทศด้อยพัฒนา ที่มีผู้เชี่ยวชาญน้อยกว่ามาก

Koerte ย้ำว่า ความจำเป็นและความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด คือจุดที่ AI จะสร้างผลกระทบที่สำคัญที่สุด เพราะเมื่อนั้นผู้คนจะเริ่มมองเห็นความแตกต่างและยอมรับการเปลี่ยนแปลง

ที่มา: https://fortune.com/2025/07/16/siemens-cto-says-ai-can-help-address-the-u-s-manufacturing-industrys-big-skills-gap/

About pawarit

Check Also

VST ECS (Thailand) จับมือ AGIBOT เปิดตัวความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขับเคลื่อนอนาคตผ่าน Embodied AI

บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป    ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึก AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน Embodied AI มุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะควบคู่กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจและทรานส์ฟอร์มองค์กรเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ภายใต้แนวคิด “Embodied AI” ที่จะเชื่อมโยงความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ (AI) …

Edge AI ในปี 2569: ปลดล็อกระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ณ จุดประมวลผลปลายทาง [PR]

ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปัญญาประดิษฐ์ในระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ปี 2569 กำลังจะกลายเป็นปีแห่งการกำหนดความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Edge AI หลังจากที่การฝึกฝนและการประมวลผลผลลัพธ์ของ AI บนระบบคลาวด์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี ในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยระบบอัจฉริยะประสิทธิภาพสูงเริ่มถูกย้ายมาอยู่บริเวณจุดประมวลผลปลายทางของเครือข่าย และเข้าไปอยู่ในระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งในด้านความหน่วงของเวลา …