สร้างผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างลึกซึ้งด้วย EcoStruxure Automation Expert จาก Schneider Electric

ในยุคที่การผลิตกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สถาปัตยกรรมระบบแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป การผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Industrial Internet of Things (IIoT), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และระบบอัตโนมัติทางธุรกิจ (Business Automation) เข้ากับการผลิตจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ในงานสัมมนาออนไลน์ ManuTalkThai 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Factory Management Tech & AI conference” ทาง ManuTalkThai ได้หยิบยกหนึ่งในเซสชันที่น่าสนใจ บรรยายโดย คุณกิตติรัตน์ ตระการเจริญสุข, Principal Technical Sales Consultant จาก Schneider Electric เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์อันน่าทึ่งเกี่ยวกับอนาคตของการผลิตภายใต้หัวข้อ “สร้างผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างลึกซึ้งด้วย EcoStruxure Automation Expert”

สำหรับหัวข้อการบรรยายนี้ ได้เน้นย้ำถึงการวางสถาปัตยกรรมระบบใหม่เพื่อพลิกโฉมการผลิตสู่รูปแบบ Automation ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง Industrial Internet of Things (IIoT), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และ ระบบอัตโนมัติทางธุรกิจ (Business Automation) เพื่อปฏิวัติภาคอุตสาหกรรมดังต่อไปนี้

พลิกโฉมการผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระบบแบบใหม่

คุณกิตติรัตน์ ได้อธิบายว่า EcoStruxure Automation Expert คือแพลตฟอร์มที่เข้ามาแก้ไขปัญหาความท้าทายในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม ช่วยให้องค์กรสามารถ:

  • ลดการผูกขาดกับผู้ผลิตอุปกรณ์ (Vendor Lock-in): ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิด ทำให้ EcoStruxure Automation Expert สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับอุปกรณ์จากหลากหลายยี่ห้อได้อย่างราบรื่น องค์กรจึงมีอิสระในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่ต้องจำกัดอยู่กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง
  • แยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์: นี่คือหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม ช่วยให้การออกแบบระบบเป็นแบบโมดูลาร์ สามารถปรับเปลี่ยนและอัปเกรดได้อย่างรวดเร็ว ลดความซับซ้อนในการจัดการ และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน
  • ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation): แพลตฟอร์มนี้ผสานรวมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมรองรับการประมวลผล AI, Analytics และการเชื่อมต่อ Cloud เข้ากับเครื่องจักรและการผลิต สร้างระบบนิเวศการทำงานที่ชาญฉลาดและเชื่อมโยงถึงกัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพตลอดวงจรชีวิต (Lifecycle Efficiency): ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษา EcoStruxure Automation Expert ช่วยลดเวลาและความผิดพลาดในการทำงาน ทำให้กระบวนการทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตในระยะยาว

ก้าวข้ามกำแพงภาษา: หนึ่งระบบนิเวศ หนึ่งภาษาสากล

คุณกิตติรัตน์ได้ใช้ภาพเปรียบเทียบที่น่าสนใจเพื่ออธิบายถึงความท้าทายของระบบอัตโนมัติในอดีต ซึ่งเปรียบเสมือน “loader” ที่พูดภาษาหนึ่ง และ “grabber” ที่พูดอีกภาษาหนึ่ง ไม่สามารถสื่อสารกันได้ ทำให้เกิดความซับซ้อนและประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่เต็มที่

แต่ด้วยการมาถึงของ Schneider Electric EcoStruxure Automation Expert ระบบนิเวศที่เคยกระจัดกระจายและเต็มไปด้วยความสับสนก็กลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ตอนนี้พวกเขาสื่อสารด้วยภาษาเดียวกัน มีการออกแบบร่วมกัน และมีพื้นฐานร่วมกันเพื่อมองเห็นกันและกัน จากเซ็นเซอร์สู่เซ็นเซอร์ คุณกิตติรัตน์กล่าว

แพลตฟอร์มนี้ทำให้ PLC, อุปกรณ์ และ อินเทอร์เฟซ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะใช้โปรโตคอลใดๆ ก็ตาม รวมถึงการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์และกิจกรรมการประเมินความปลอดภัยทางไซเบอร์

หัวใจสำคัญที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้คือการทำงานร่วมกันกับ UniversalAutomation.org (UAO) ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริมระบบอัตโนมัติแบบเปิด UAO มุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานและซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ได้ ทำให้สามารถดาวน์โหลดฟังก์ชันต่างๆ ไปยังอุปกรณ์ควบคุมหลากหลายรูปแบบ เช่น Industrial PC (IPC) ที่รันบน Windows หรือ Linux

ความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

EcoStruxure Automation Expert ไม่ได้จำกัดอยู่กับฮาร์ดแวร์ใดฮาร์ดแวร์หนึ่ง แต่รองรับการใช้งานร่วมกับ PLC จากผู้ผลิตหลายราย เช่น Phoenix Contact และผู้ผลิตอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกของ UniversalAutomation.org โดยใช้ OPC UA เป็นโปรโตคอลการสื่อสารหลัก ทำให้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

ในส่วนของการพัฒนาและปรับใช้ วิศวกรสามารถใช้ซอฟต์แวร์วิศวกรรมของ EcoStruxure Automation Expert ในการสำรองข้อมูล (backup) และปรับใช้ (deploy) ตรรกะการควบคุมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการจัดการฐานข้อมูล PLC และการกำหนดค่าต่างๆ

Universal Automation คืออะไร?

Universal Automation คือแนวคิดที่มุ่งสร้างแพลตฟอร์มการควบคุมอัตโนมัติแบบเปิด (open automation) ที่ไม่ขึ้นกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง (vendor-neutral) โดยใช้มาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำหนดขึ้นโดย The Open Group Open Process Automation™ Forum (OPAF) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือของบริษัทอุตสาหกรรม ผู้ผลิตระบบ และสถาบันวิชาการ

ปัจจุบัน ระบบอัตโนมัติในโรงงานส่วนใหญ่ถูกผูกติดอยู่กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง (vendor-lock) ซึ่งทำให้ระบบแต่ละส่วนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น การจะอัปเกรดหรือเปลี่ยนส่วนประกอบใดๆ ก็ต้องพึ่งพาผู้ผลิตรายเดิม ทำให้เกิดความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

Universal Automation ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างระบบควบคุมอัตโนมัติที่มีลักษณะเหมือน “สมาร์ทโฟน” ในยุคดิจิทัล ซึ่งมีระบบปฏิบัติการที่เป็นมาตรฐาน (เช่น Android หรือ iOS) ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันจากผู้ผลิตหลากหลายรายได้อย่างอิสระ ในทำนองเดียวกัน Universal Automation จะมี “ระบบปฏิบัติการ” ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ “แอปพลิเคชัน” (เช่น โมดูลควบคุม, อัลกอริทึม AI) จากผู้ผลิตรายใดก็ได้ที่รองรับมาตรฐานเดียวกัน

ระบบควบคุมอัตโนมัติแบบ Universal Automation มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้องค์กรสามารถ…

  1. เพิ่มความยืดหยุ่นและทางเลือก: โรงงานสามารถเลือกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากหลายผู้ผลิต ทำให้ไม่ต้องผูกติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง และสามารถเลือกโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุดได้
  2. เร่งนวัตกรรม: แพลตฟอร์มแบบเปิดช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น การพัฒนา AI ที่ใช้งานได้กับระบบควบคุมที่หลากหลาย ซึ่งช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา
  3. ลดต้นทุน: การมีทางเลือกที่มากขึ้นช่วยกระตุ้นการแข่งขัน ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์และบริการลดลง และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบในระยะยาว
  4. เพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกัน: ระบบจากผู้ผลิตต่างกันสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ทำให้การรวมระบบใหม่เข้ากับระบบเดิมเป็นเรื่องง่าย
  5. ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล: Universal Automation เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้โรงงานสามารถนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง IoT, AI และ Machine Learning มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่ยุค Industry 4.0 อย่างแท้จริง

รายชื่อสมาชิก UniversalAutomation.org

“Schneider Electric เป็นบริษัทเดียวที่มี Engineering Software ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม”

เปรียบเทียบ IEC 61499 (EAE) กับ IEC 61131: ก้าวสู่ระบบอัตโนมัติแบบเปิด

การดำเนินธุรกิจสำหรับภาคอุตสาหกรรม การควบคุมและบริหารจัดการระบบอัตโนมัติเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดประสิทธิภาพและศักยภาพในการแข่งขันมาโดยตลอด มาตรฐาน IEC 61131 ได้ถูกใช้เป็นพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม PLC (Programmable Logic Controller) มาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบัน แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า ระบบอัตโนมัติแบบเปิด กำลังเข้ามาปฏิวัติวงการ โดยมี IEC 61499 เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์มอย่าง EcoStruxure Automation Expert (EAE) ของ Schneider Electric และได้รับการส่งเสริมจากองค์กร UniversalAutomation.org เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจน เราจะสรุปจุดสำคัญของทั้งสองมาตรฐานดังนี้

IEC 61131: แนวคิดแบบดั้งเดิม

  • เน้นการทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralized Control): การเขียนโปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมอุปกรณ์ผ่าน PLC ที่เป็นศูนย์กลาง ทำให้การทำงานของ PLC แต่ละตัวมีความเป็นอิสระและไม่สามารถสื่อสารกันได้โดยตรง
  • การผูกติดระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ (Tightly Coupled): ซอฟต์แวร์โปรแกรมจะถูกผูกติดกับฮาร์ดแวร์ของ PLC ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้งานถูกจำกัดอยู่กับ Ecosystem ของผู้ผลิตรายเดียว หากต้องการเปลี่ยนหรืออัปเกรด จะต้องลงทุนใหม่ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์
  • โปรแกรมแบบวนซ้ำ (Cyclic Execution): การทำงานของโปรแกรมจะเป็นแบบวนซ้ำตามรอบเวลาที่กำหนด ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์บางอย่างอาจมีความล่าช้า

IEC 61499 (EAE) ใน UniversalAutomation.org: แนวคิดแบบเปิด

  • เน้นการทำงานแบบกระจาย (Distributed Control): IEC 61499 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการควบคุมแบบกระจาย (Distributed Control Systems) ทำให้สามารถแบ่งการทำงานของโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อย ๆ และกระจายไปรันบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ
  • การแยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์ (Software-Hardware Decoupling): นี่คือหัวใจสำคัญของ IEC 61499 และแพลตฟอร์มอย่าง EAE ซึ่งได้รับการส่งเสริมจาก UniversalAutomation.org ทำให้โค้ดโปรแกรมที่เขียนขึ้นสามารถนำไปรันบนฮาร์ดแวร์ของผู้ผลิตรายใดก็ได้ที่รองรับมาตรฐานนี้ ไม่ว่าจะเป็น PLC, Industrial PC (IPC), หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ทั่วไป ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและลดการลงทุนในระยะยาว
  • โปรแกรมที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ (Event-driven Execution): การทำงานของโปรแกรมจะเริ่มต้นเมื่อมีเหตุการณ์ (Event) เกิดขึ้น ไม่ใช่การทำงานแบบวนซ้ำ ทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การใช้ภาษาและโปรโตคอลกลาง (Common Language & Protocols): UniversalAutomation.org เป็นองค์กรที่ร่วมกันกำหนดมาตรฐานกลาง ทำให้ระบบต่าง ๆ สามารถสื่อสารกันได้ด้วย “ภาษา” เดียวกัน เช่น ผ่านโปรโตคอล OPC UA และ MQTT ซึ่งช่วยลดปัญหาความไม่เข้ากันของระบบและเปิดโอกาสให้สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ได้ง่ายขึ้น

การนำระบบอัตโนมัติแบบเปิดมาใช้ในการรีไซเคิลพลาสติก

ปัญหาขยะพลาสติกเป็นความท้าทายที่สำคัญของโลก การรีไซเคิลจึงเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหานี้ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น โดยการนำระบบอัตโนมัติที่ทันสมัยมาใช้ โดยเฉพาะ EcoStruxure Automation Expert (EAE) ของ Schneider Electric ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติแบบเปิด

EcoStruxure Automation Expert (EAE) ช่วยให้การรีไซเคิลพลาสติกมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการทำหน้าที่เป็น “ผู้ประสานงาน” (Orchestrator) ที่ควบคุมทั้งกระบวนการรีไซเคิลเชิงกลและเชิงเคมีให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

จุดเด่นสำคัญของการใช้ EAE ได้แก่:

  • ควบคุมแบบกระจาย (Distributed Control): EAE สามารถกระจายโปรแกรมควบคุมไปบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย แทนที่จะผูกติดกับ PLC ตัวเดียว ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นสูงและขยายได้ง่าย
  • จัดการข้อมูลอย่างชาญฉลาด: ระบบช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบและควบคุมการผลิตได้อย่างละเอียด
  • ประหยัดพลังงาน: EAE ควบคุมการใช้พลังงานของเครื่องจักรให้เหมาะสม ทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • รองรับอุปกรณ์หลากหลาย: ด้วยมาตรฐานแบบเปิด EAE จึงเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น PLC, Industrial PC (IPC) หรืออุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่น

การนำ EAE มาปรับใช้จึงช่วยให้การจัดการกระบวนการรีไซเคิลที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

กรณีศึกษาจากบริษัทชั้นนำระดับโลก

เราประสบความสำเร็จในการทดสอบกับ ExxonMobil ซึ่งต้องมีการทดสอบอย่างเข้มงวด คุณกิตติรัตน์กล่าว ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมชั้นนำ

เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างจากบริษัทชั้นนำที่นำระบบอัตโนมัติแบบเปิดไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจริง Schneider Electric กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วย Universal Automation ผ่านแพลตฟอร์ม EcoStruxure Automation Expert (EAE) ที่ใช้มาตรฐาน IEC 61499 ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบควบคุมแบบเดิมที่ผูกติดกับผู้ผลิตรายเดียวได้ ดั่งตัวอย่าง Success Stories ของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ได้นำระบบอัตโนมัติแบบเปิดมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อจำกัดในการดำเนินงาน:

  • ExxonMobil: ใช้ EcoStruxure Automation Expert (EAE) ที่พัฒนาบนมาตรฐานสากล IEC 61499 เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา, เพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกฮาร์ดแวร์จากหลายผู้ผลิต, และรองรับการควบคุมแบบกระจาย
  • Shell: ใช้ระบบอัตโนมัติแบบเปิดเพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่หลากหลายเข้าด้วยกันในโครงการ Green Energy ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นไปอย่างราบรื่น
  • Cargill: ในอุตสาหกรรมอาหาร ใช้ประโยชน์จากระบบนี้เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เช่น การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ทำให้สามารถปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับโรงงานแต่ละแห่งได้ง่าย
  • Kongsberg และ Gren: ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมทางทะเลและพลังงานโดยใช้มาตรฐานจาก UniversalAutomation.org เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม, ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
  • Reliance Industries: ใช้ EAE เพื่อควบคุมโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ทำให้สามารถรวมระบบจากผู้ผลิตหลายรายเข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่น ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการปรับปรุงระบบ
  • Geely: นำ EAE มาใช้ในสายการผลิตรถยนต์ ช่วยให้การควบคุมหุ่นยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น ลดเวลาการพัฒนาโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • Toyota: ร่วมมือกับ Schneider Electric เพื่อนำ EAE มาทดลองใช้ในโรงงาน ทำให้สามารถผสานรวมอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกระบวนการ และเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น AI หรือ IoT

ความสำเร็จเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า บริษัทชั้นนำระดับโลกต่างไปในเทรนด์ UniversalAutomation.org กันมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุคดิจิทัล

บทสรุป

EcoStruxure Automation Expert ของ Schneider Electric เป็นมากกว่าโซลูชันระบบอัตโนมัติ แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้าง ผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างลึกซึ้ง ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มแบบเปิดที่ยืดหยุ่น รองรับการทำงานร่วมกัน ลดการผูกขาด และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่แห่งการผลิตได้อย่างแท้จริง

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EcoStruxure Automation Expert คลิกที่นี่

สามารถรับชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่:

About pawarit

Check Also

Kuka เปิดตัวแพลตฟอร์ม AMP ทลายกำแพงเชื่อม AI สู่หุ่นยนต์ในสายการผลิตจริง

Kuka Group เข้าร่วมในงาน NVIDIA GTC 2026 พร้อมเผยโฉมแพลตฟอร์มสุดล้ำ Kuka Automation Management Platform (AMP) ซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเชื่อมโลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบอัตโนมัติทางกายภาพ …

Universal Robots จับมือ Scale AI เปิดตัวระบบสอน AI เลียนแบบมนุษย์ ส่งตรงจากแล็บสู่สายการผลิตจริง

Universal Robots (UR) ร่วมกับ Scale AI สร้างความฮือฮาในงาน NVIDIA GTC 2026 ที่ซิลิคอนแวลลีย์ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมพลิกโฉมวงการอย่าง “UR AI Trainer” …