“Made in USA” เต็มตัว! Apple ทุ่ม 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลิตกระจก iPhone และ Apple Watch ในโรงงาน Corning

Apple และ Corning จับมือขยายความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple ประกาศทุ่มเงินลงทุนกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้โรงงานของ Corning ในเมือง Harrodsburg รัฐ Kentucky เป็นฐานการผลิตกระจกหน้าจอสำหรับ iPhone และ Apple Watch ทั่วโลก

การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระจกหน้าจอสำหรับ iPhone และ Apple Watch ทุกเครื่องที่ขายทั่วโลกจะถูกผลิตในสหรัฐอเมริกา โดย Corning จะสร้างสายการผลิตกระจกสมาร์ทโฟนที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลก พร้อมเพิ่มจำนวนพนักงานในรัฐ Kentucky ขึ้น 50% นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังร่วมกันจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม Apple-Corning เพื่อวิจัยและพัฒนากระจกสำหรับผลิตภัณฑ์ในอนาคต

Tim Cook, CEO ของ Apple กล่าวว่า “ต้องขอบคุณพลังของการผลิตในอเมริกา ทำให้ลูกค้าทั่วโลกที่ซื้อ iPhone หรือ Apple Watch จะได้ใช้กระจกที่ผลิตจากที่นี่” ขณะที่ Wendell Weeks, CEO ของ Corning เผยว่า “เราร่วมมือกับ Apple มาตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกเมื่อ 18 ปีที่แล้ว การลงทุนครั้งนี้ทำให้เราสามารถจ้างงานเพิ่มและย้ายฐานการผลิตกระจกทั้งหมดกลับมายังแหล่งกำเนิดนวัตกรรมของเรา”

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมูลค่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ Apple ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงโครงการ American Manufacturing Program (AMP) ที่จะกระตุ้นให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาผลิตชิ้นส่วนสำคัญในสหรัฐฯ มากขึ้น

ที่มา: https://www.apple.com/newsroom/2025/08/apple-corning-to-manufacture-all-iphone-apple-watch-cover-glass-in-kentucky/

About pawarit

Check Also

Huawei เปิดตัวเทคโนโลยีชิปใหม่ ลุยเป้าหมายเทียบชั้น 1.4 นาโนเมตร ภายในปี 2031

เมื่อกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ที่เน้นการลดขนาดทรานซิสเตอร์กำลังเดินมาถึงขีดจำกัดทางฟิสิกส์และต้นทุน ประกอบกับกำแพงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ Huawei จึงพลิกเกมครั้งใหญ่ นำเสนอแนวทางใหม่ที่ไม่พึ่งพาการย่อส่วนชิปแบบเดิม ๆ แต่หันไปมุ่งเน้นที่การจัดการ “เวลา” แทน โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่าเทคโนโลยีการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร …

ยุคใหม่วงการแบตเตอรี่! เมื่อ LG Energy Solution ดึง AI มาปฏิวัติสายการผลิต

ใครจะไปคิดว่าสมรภูมิการผลิตแบตเตอรี่ตอนนี้ เขาเลิกแข่งกันแค่เรื่องการขยายโรงงานหรือเพิ่มคนงานกันแล้ว ตอนนี้จุดชี้ชะตาคือ “AI” ใครวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วกว่า พัฒนาไวกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ ซึ่งผู้นำที่กำลังบุกเบิกเรื่องนี้แบบเต็มตัวก็คือ LG Energy Solution