Apple ทุ่มสุดตัว ย้ายฐานผลิต iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นไปอินเดีย ลดการพึ่งพาจีน

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple กำลังเร่งเครื่องการผลิต iPhone ในอินเดียอย่างเต็มสูบ โดยมีรายงานจาก Bloomberg ว่า Apple เตรียมผลิต iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่น ที่จะเปิดตัวในเดือนหน้าจากโรงงานในอินเดียเป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาจีนเพื่อส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา

การขยายฐานครั้งนี้รวมถึงการเปิดโรงงานแห่งใหม่ของ Tata Group ในรัฐทมิฬนาฑู และโรงงานของ Foxconn ใกล้สนามบินบังคาลอร์ โดยคาดว่าโรงงานของ Tata จะรับผิดชอบการผลิต iPhone ในอินเดียสูงถึงครึ่งหนึ่งภายในสองปีข้างหน้า ซึ่งตอกย้ำบทบาทของ Tata ในฐานะพันธมิตรคนสำคัญของ Apple

การย้ายฐานการผลิตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะยอดการส่งออก iPhone จากอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา อินเดียส่งออก iPhone เป็นมูลค่าสูงถึง 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของยอดส่งออกทั้งปีที่ผ่านมาที่ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเมื่อเดือนที่แล้ว รายงานจาก Canalys ระบุว่า อินเดียได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาแทนที่จีนแล้ว

การตัดสินใจครั้งนี้ยังเป็นผลมาจากความพยายามของ Apple ในการรับมือกับนโยบายภาษีจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดย Tim Cook ซีอีโอของ Apple ได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 4 ปี เพื่อรักษาข้อยกเว้นทางภาษีสำหรับ iPhone ที่ผลิตในอินเดีย แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษี 50% จากสินค้าอินเดีย แต่ก็ยังยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไว้

นอกจากนี้ การเปลี่ยนฐานการผลิตยังสอดคล้องกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีน โดยมีรายงานว่าจีนไม่สนับสนุนการถ่ายโอนเทคโนโลยีไปยังอินเดีย ทำให้ Foxconn ต้องเรียกตัววิศวกรชาวจีนหลายร้อยคนกลับประเทศ และ Apple ได้ว่าจ้างวิศวกรจากไต้หวันและญี่ปุ่นมาแทนที่ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Apple ที่จะผลักดันอินเดียให้เป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งใหม่ของโลกอย่างแท้จริง

ที่มา: https://www.macrumors.com/2025/08/19/apple-iphone-17-manufacturing-expands-india/

About pawarit

Check Also

ISO 27001 vs BSI IT Baseline: ทางแยกหรือทางรอด? สู่สูตรผสมผสานเพื่อเจาะตลาดอุตสาหกรรมความมั่นคง

ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญ หากอุตสาหกรรมของคุณต้องการก้าวเข้าสู่ “ซัพพลายเชนด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” หรือ Critical Infrastructure แค่มีระบบรักษาความปลอดภัยบนหน้ากระดาษ… ไม่พออีกต่อไป! คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าระบบนั้น “ใช้งานได้จริง”

รู้จัก ‘Digital Product Passport’ กฎเหล็กใหม่แห่งยุคความยั่งยืนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องตื่นตัว

“ความโปร่งใส” กำลังกลายเป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้ซื้อความน่าเชื่อถือในโลกอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน… ลองจินตนาการดูว่า หากสินค้าทุกชิ้นมี “บัตรประชาชนดิจิทัล” หรือที่เรียกว่า Digital Product Passport (DPP) ที่คอยเก็บข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงวิธีกำจัดเมื่อหมดอายุการใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยกระดับซัพพลายเชนได้มหาศาลขนาดไหน?