การแข่งขันที่เน้นแต่ความเร็วและขนาดที่ใหญ่ขึ้นกำลังจะกลายเป็นอดีต! อุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ และเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาทบทวนรูปแบบธุรกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิม

Exotec ผู้ให้บริการโซลูชันคลังสินค้าอัตโนมัติ ได้รวบรวม 6 เทรนด์สำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางอนาคตของวงการโลจิสติกส์ไว้ดังนี้
1. ยุค “ใหญ่ขึ้น เร็วขึ้น ไกลขึ้น” กำลังจะจบลง
กระแสอีคอมเมิร์ซในยุค 2010s ที่นำโดยยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Alibaba ได้ผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกต้องเร่งความเร็วอย่างบ้าคลั่ง จากที่เคยส่งของใช้เวลาหลายวัน ก็ถูกคาดหวังว่าจะส่งถึงมือลูกค้าภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่วิกฤตโรคระบาดและกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนทั้งทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศของแนวคิดนี้ถูกเปิดเผย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มไม่ยอมรับ และผู้ประกอบการเริ่มหันมามองหาทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น
2. คลังสินค้าต้องกระชับพื้นที่
ด้วยความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องขยายประเภทสินค้าให้หลากหลายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่จัดเก็บกลับมีจำกัด โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ดังนั้นการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น การขยายคลังสินค้าในแนวดิ่งและนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย จึงเป็นทางออกเดียวที่จะตอบโจทย์นี้ได้
3. ระบบอัตโนมัติเพิ่มความยืดหยุ่น
ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ให้บริการโลจิสติกส์จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ระบบอัตโนมัติเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน หรือในช่วงที่มีความต้องการสูงตามฤดูกาล
4. “คนและเครื่องจักร” ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ “คนสู้กับเครื่องจักร”
แม้ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์จะสูงขึ้น แต่การหาบุคลากรที่มีคุณภาพกลับเป็นเรื่องยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบบอัตโนมัติจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือที่จะมาทดแทนแรงงานคน แต่จะช่วยเปลี่ยนให้งานในคลังสินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น และดึงดูดผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะเฉพาะด้าน เช่น การจัดการข้อมูล หรือการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ให้เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมนี้ได้
5. โลจิสติกส์ไม่ได้มีแค่การขนส่งจาก A ไป B
เมื่อแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เข้ามามีบทบาท โลจิสติกส์ก็ต้องรับบทบาทที่ซับซ้อนกว่าเดิม จากที่เคยเน้นแค่การส่งสินค้า ก็ต้องครอบคลุมไปถึงการจัดการสินค้าที่ถูกส่งคืน การซ่อมแซม การนำไปผลิตใหม่ และการกระจายสินค้าซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ค้าปลีกต้องปรับตัวเพื่อให้บริการเช่าสินค้า, ขายสินค้ามือสอง, หรือบริการซ่อมแซมแก่ลูกค้าได้
6. การลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: โลจิสติกส์ยุคใหม่ต้องใส่ใจโลก
นอกจากแนวโน้มที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นในสังคมยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้วงการโลจิสติกส์ต้องปรับตัว โดยเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อุตสาหกรรมนี้ได้สร้างไว้ ซึ่งครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization), การรักษามลพิษทางน้ำและอากาศ, การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ, และการจัดการขยะ
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








