เดลล์ (Dell), เป๊ปซี่โค (PepsiCo) และ เอสเอพี (SAP) กำลังเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน โดยเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและผลกระทบต่อโลก
การมีห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนไม่ได้เพียงช่วยลดปริมาณของเสียและประหยัดทรัพยากรเท่านั้น แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือและความภักดีจากลูกค้าอีกด้วย SAP บริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกที่ช่วยจัดการกระบวนการผลิต เปิดเผยว่า ข้อมูลด้านความยั่งยืนคือข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญ และบริษัทที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและแข่งขันในตลาดได้
เทคโนโลยีนำร่องสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งกำลังผลักดันแนวทางนี้อย่างจริงจัง เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ที่มุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และ เดลล์ (Dell) ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 45% และลดการใช้น้ำภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปีเดียวกัน ไมเคิล เดลล์ ซีอีโอของเดลล์กล่าวว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นสิ่งจำเป็นทางธุรกิจที่ส่งผลต่อทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่การเลือกซัพพลายเออร์ไปจนถึงกลยุทธ์ของบริษัท”
ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคก็ไม่น้อยหน้า
แม้แต่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทระดับโลกอย่าง เป๊ปซี่โค และ แมคโดนัลด์ (McDonald’s) ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยแมคโดนัลด์มุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ ขณะที่เป๊ปซี่โคใช้กลยุทธ์ “เป๊ปพลัส (pep+)” ซึ่งเป็นแนวทางที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการตลาด โดยมุ่งเน้นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนความหลากหลายในองค์กร
ความมุ่งมั่นของบริษัทชั้นนำเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการรับผิดชอบต่อสังคม แต่คือหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความเชื่อมั่นในตลาดโลกยุคใหม่
ที่มา: https://manufacturingdigital.com/news/dell-pepsico-sap-sustainable-supply-chain-commitments
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






