ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างน่าจับตา จากผลการศึกษาล่าสุดของ ABB ในหัวข้อ “ดัชนีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2025”

การศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญคือ แผนการที่ยืดหยุ่นและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล โดยผู้นำในภาคพลังงานถึง 80% ยืนยันว่าแผนงานของพวกเขายังคงดำเนินไปตามเป้าหมาย แม้จะเผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก สะท้อนถึงเสถียรภาพเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้นำถึง 77% คาดว่าองค์กรของตนจะใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า และปัจจุบันมีถึง 39% ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2024) ที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เป็น 51% ภายในปี 2037
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านนี้คือ เทคโนโลยี ผู้นำในภาคพลังงาน 65% ระบุว่าเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ ที่ผู้นำถึง 69% มองว่าเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งผลักดันด้านดิจิทัลและ AI อย่างจริงจัง
จากการที่องค์กรในไทย 74% วางแผนจัดสรรเงินลงทุนมากกว่า 10% ของงบประมาณทั้งหมดเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบกับความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงจากการสำรวจผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงาน 4,085 คน จาก 10 อุตสาหกรรมใน 12 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








