ยุคแห่งการทำงานแบบอิสระมาถึงแล้ว Ricoh Company, Ltd. ประกาศเปิดตัว RICOH Intelligent Automation แพลตฟอร์ม Software as a Service (SaaS) ที่ขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการผลิตได้แบบก้าวกระโดด

แพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เป็น “สมองกล” ที่สามารถจัดการงานที่ซ้ำซ้อนและน่าเบื่อหน่ายได้โดยอัตโนมัติ เช่น การอ่านและดึงข้อมูล จากเอกสารทางธุรกิจหลากหลายรูปแบบ, การเชื่อมโยงระบบหลัก ขององค์กรเข้าด้วยกัน, รวมถึงการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของ Ricoh ที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Process Automation (PA) หรือการจัดการกระบวนการแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินงานแบบ “อิสระ” (autonomous operations)
หัวใจสำคัญ: จัดการเอกสารอัจฉริยะ (IDP) แบบครบวงจร
RICOH Intelligent Automation เป็นแกนหลักของโซลูชัน PA ของ Ricoh ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในด้าน Intelligent Document Processing (IDP) หรือการประมวลผลเอกสารอัจฉริยะทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาด IDP ที่คาดว่าจะเติบโตถึง 11 เท่า ภายในปี พ.ศ. 2575
คุณสมบัติหลักและประโยชน์ที่โดดเด่นของแพลตฟอร์มนี้:
- ประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ (IDP): ใช้ AI ที่เลือกได้สำหรับการรู้จำตัวอักษร (OCR), การรู้จำลายมือ (HTR), การแยกประเภท, และการดึงข้อมูล แม้ในเอกสารที่ไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจน
- รองรับหลากหลายภาษา: แพลตฟอร์มสามารถจัดการและประมวลผลข้อมูลได้มากกว่า 200 ภาษา
- การผสานรวม (Integration): ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการประสานงาน (orchestration) ที่ยืดหยุ่น โดยรวมเอาเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน, สแกนเนอร์, แอปพลิเคชันของ Ricoh, และโซลูชันจากพันธมิตร เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด
- สร้างเวิร์กโฟลว์แบบไม่ต้องเขียนโค้ด (No-code Workflow): ลูกค้าสามารถสร้างและปรับแต่งเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการเดิมมากนัก
- เตรียมใส่ Generative AI: แพลตฟอร์มได้รวมเอาเทคโนโลยี AI-intelligent capture หลายตัว รวมถึงการจดจำภาพและ OCR ขั้นสูงของ natif.ai และมีแผนที่จะผสานรวม Generative AI เริ่มต้นด้วยฟังก์ชันผู้ช่วย AI
นาย Takahiro Irisa, Senior Corporate Officer และ President ของ RICOH Digital Services Business Unit กล่าวว่า “เราภูมิใจที่จะนำเสนอโซลูชันแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้าน Hyperautomation ที่กำลังเติบโต โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเปลี่ยนจากการทำงานซ้ำซากจำเจ ไปสู่การทำงานที่สร้างสรรค์และสร้างมูลค่าได้มากขึ้น”
Ricoh จะเริ่มทดลองใช้แพลตฟอร์มนี้ในตลาดที่เลือกสรร เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ ก่อนจะเปิดตัวทั่วโลกเป็นระยะ ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Ricoh ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อ “เติมเต็มคุณค่าผ่านการทำงาน” (Fulfillment through Work)
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








