ในวงการสาธารณสุข การที่เทคโนโลยีขัดข้องไม่ใช่แค่เรื่องเสียเวลา แต่หมายถึงความล่าช้าที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของผู้ป่วยได้เลยทีเดียว! ด้วยเหตุนี้ SOTI ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการบริหารจัดการอุปกรณ์ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ภายใต้ SOTI ONE Platform พร้อมแนะนำ “Stella” ผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลาที่อุปกรณ์สำคัญหยุดชะงัก และเร่งการตอบสนองต่อผู้ป่วยผ่านระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ

โครงสร้างเก่าคือตัวถ่วง! 99% ของผู้นำไอทีไทยยังพึ่งพาระบบเดิม
การพัฒนาครั้งนี้ของ SOTI ตอบโจทย์ความท้าทายด้านเทคโนโลยีในโรงพยาบาลอย่างตรงจุด จากรายงานล่าสุดของ SOTI ที่ชื่อว่า “Healthcare’s Digital Dilemma: Calculated Risks and Hidden Challenges Exposed” ได้เผยตัวเลขที่น่าตกใจ:
- 97% ของผู้นำด้านไอทีทั่วโลก (และ 99% ในออสเตรเลีย) ยังคงพึ่งพาระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเก่า (Legacy Systems)
- แม้จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อหรือเทคโนโลยีโทรเวชกรรม (Telehealth) แต่ 65% ทั่วโลก ยังคงใช้งานอยู่บนระบบที่ล้าสมัยและไม่บูรณาการเข้าด้วยกัน
- ปัญหาใหญ่คือ 38% ทั่วโลก เผยว่า ไม่สามารถติดตั้งหรือจัดการอุปกรณ์มือถือ/เครื่องพิมพ์ใหม่ได้ และไม่สามารถให้การสนับสนุนระยะไกล (Remote Support) ได้ ทำให้การวินิจฉัยหรือจัดการอุปกรณ์แบบเรียลไทม์เป็นไปไม่ได้
นอกจากนี้ ผู้นำไอที 39% ยังใช้เวลามากเกินไปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และที่น่ากังวลที่สุดคือ 39% ทั่วโลก เผชิญกับการโจมตีของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) หรือ DDoS ตั้งแต่ปี 2023
‘Stella’ AI อัจฉริยะ: คุยได้ สั่งการได้ แก้ปัญหาไอทีได้ทันที
หัวใจของนวัตกรรมใหม่คือ “Stella” ที่ถูกฝังอยู่ใน SOTI MobiControl และ SOTI XSight ทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถแก้ไขปัญหา และ เข้าถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอุปกรณ์ในโรงพยาบาลได้อย่างง่ายดายผ่านการสนทนาและคำสั่งเสียง
Stella ใช้ประโยชน์จากข้อมูลอุปกรณ์ ข้อมูลเชิงลึกด้านการวินิจฉัย และคลังความรู้ SOTI Pulse เพื่อมอบการตอบสนองที่เชื่อถือได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การตัดสินใจในสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อชีวิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและชาญฉลาดขึ้น
ยกระดับความปลอดภัยและความโปร่งใส
SOTI ONE Platform ยังมาพร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ใหม่ใน SOTI XSight เช่น Live View, การแจ้งเตือนอัตโนมัติ, การวิเคราะห์แบตเตอรี่/เครือข่าย, และการสนับสนุนระยะไกลผ่านแชท เสียง และวิดีโอ เพื่อให้ทีมไอทีเห็นภาพรวมการใช้งานและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน ช่วยให้สามารถระบุช่องโหว่ ได้อย่างรวดเร็วและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป
นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถจำกัดการใช้งานอุปกรณ์ ให้เข้าถึงได้เฉพาะแอปหรือเนื้อหาที่จำเป็นตามแผนกหรือบทบาทของผู้ใช้ และหากอุปกรณ์ออกจากขอบเขตความปลอดภัย (Secure Perimeter) ก็จะถูกล็อกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








