IFS และ Boston Dynamics ร่วมกันผสานพลังหุ่นยนต์เข้ากับ Agentic AI เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติงานภาคสนาม

IFS ผู้ให้บริการชั้นนำด้านซอฟต์แวร์ AI ทางอุตสาหกรรม และ Boston Dynamics ผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์เคลื่อนที่ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะเป็นการปฏิวัติวิธีการจัดการและปรับการดำเนินงานภาคสนามขององค์กรที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมากให้เกิดความเหมาะสมที่สุด

การรวมหุ่นยนต์ตรวจสอบอัตโนมัติของ Boston Dynamics เข้ากับพลังของ IFS.ai ก่อให้เกิดระบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อมโยงเข้ากับการรับรู้สัมผัส การตัดสินใจเชิงคาดการณ์ และการดำเนินการภาคสนามอย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้การขาดแคลนแรงงานและขาดทักษะได้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าภาคอุตสาหกรรม จนนำไปสู่ช่องว่างและต้องหยุดให้บริการอย่างยาวนาน ดังนั้นจึงมีความต้องการเทคโนโลยีที่สามารถส่งเสริมการทำงานให้กับพนักงานภาคสนามอย่างเร่งด่วน

IFS และ Boston Dynamics ได้เปิดเผยถึงความร่วมมือเป็นครั้งแรกในงาน Industrial X Unleashed ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยทั้งสองบริษัทได้จัดแสดงการรวมพลังของ AI ทางกายภาพ และ Agentic AI ที่ทำให้เกิดระบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อเชื่อมต่อหุ่นยนต์และข้อมูลการใช้งานที่มีศักยภาพสูงขององค์กร

หุ่นยนต์ Spot ของ Boston Dynamics จะตรวจสอบทรัพย์สินและสถานที่ปฏิบัติงานทางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่สำคัญในเวลาจริง โดย Spot จะใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับความร้อนที่สูงเกิน สามารถฟังเสียงรั่วของอากาศหรือแก๊ส อ่านมาตรวัดแบบแอนะลอกเพื่อดูค่าแรงดันและการไหล ตรวจสอบไฟแสดงสถานะ ระบุถึงภาวะอันตราย เช่น การรั่วไหล หรือตรวจจับความผิดปกติของแรงดันไฟฟ้า โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกป้อนเข้าสู่ IFS.ai โดยตรง และ Agentic AI จะวิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจอย่างชาญฉลาด จากนั้นจะกระตุ้นให้ดำเนินการอย่างเหมาะสม จึงทำให้เกิดวงจรการตรวจจับไปจนถึงการดำเนินการแบบไร้รอยต่อ

ความร่วมมือนี้ได้มุ่งไปที่การให้บริการทางอุตสาหกรรมที่มีการปฏิบัติงานภาคสนามเป็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงภาคการผลิต พลังงาน สาธารณูปโภค เหมืองแร่ และภาคส่วนอื่นๆ ที่ใช้สินทรัพย์จำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากพนักงานภาคสนามเป็นส่วนหนึ่งที่มีมากถึง 70% ของแรงงานโลกที่ไม่ได้อยู่หลังโต๊ะทำงาน นั่นคือ สิ่งที่ทำให้ IFS และ Boston Dynamics เข้ามาปลดล็อกคุณค่าในด้านต่างๆ ที่การใช้ Agentic AI ทั่วไปยังไม่ได้รับการตอบสนอง

IFS และ Boston Dynamics ร่วมกันมุ่งเป้าไปที่การปรับปรุงสิ่งที่วัดผลได้ด้วยตัวชี้วัดการดำเนินงานที่สำคัญสามประการ ได้แก่

  1. ความปลอดภัย — การตรวจสอบอัตโนมัติช่วยลดความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ พร้อมทั้งเพิ่มความถี่และความละเอียดในการตรวจสอบ
  2. ประสิทธิภาพ — ระบบอัตโนมัติแบบอัจฉริยะจะช่วยให้การตัดสินใจและการตอบสนองทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และทำให้การจัดสรรทรัพยากรเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด
  3. ช่วงเวลาทำงาน — รู้และเข้าใจอย่างแท้จริงในการคาดการณ์ และการดำเนินการโดยอัตโนมัติจะช่วยป้องกันความล้มเหลวได้ก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้น เป็นการเพิ่มความพร้อมใช้งานของสินทรัพย์ได้สูงสุด

IFS.ai และ IFS Loops ได้เปลี่ยนการสังเกตการณ์ของหุ่นยนต์ไปสู่การปฏิบัติขององค์กร ตั้งแต่การจัดตารางการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ไปจนถึงการวิเคราะห์ความล้มเหลวเชิงคาดการณ์ และการตรวจจับความผิดปกติโดยอัตโนมัติ โดยข้อมูลจากภาคสนามจะไหลเข้าสู่ระบบขององค์กร การตัดสินใจจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และการดำเนินการต่างๆ จะถูกดำเนินการอีกครั้งในภาคสนาม ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ภายในแพลตฟอร์มแบบบูรณาการเพียงแพลตฟอร์มเดียว”

Christian Pedersen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ IFS กล่าวว่า — “องค์กรที่มีสินทรัพย์จำนวนมากกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการปรับปรุงสมรรถนะการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือกับ Boston Dynamics เราจึงสามารถส่งมอบระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อโลกทางกายภาพเข้ากับโลกดิจิทัลได้อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก 

Dr. Merry Frayne ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Boston Dynamics กล่าวว่า — “ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงอนาคตของการดำเนินงานทางอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ของเรามีความโดดเด่นในการนำทางในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและการรวบรวมข้อมูลสำคัญ เมื่อผสานรวมกับความสามารถในการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในแบบอัตโนมัติของ IFS ทำให้เราสามารถช่วยองค์กรต่างๆ ให้บรรลุผลระดับความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานและความปลอดภัยได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

Ron Utterbeck ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (CIO) ของ Eversource ซึ่งเป็นลูกค้าของ IFS กล่าวว่า — “ในฐานะผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ที่สุดในนิวอิงแลนด์ที่บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอีกหลายรัฐ การผสานรวมกันนี้ทำให้มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมการดำเนินงานของเราอย่างสิ้นเชิง ขณะที่โครงข่ายไฟฟ้าของเรายังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นของเราไม่ใช้เพียงการรวบรวมข้อมูลแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรวบรวมข้อมูลและการสร้างแบบจำลองขั้นสูงอีกด้วย เพื่อตอบสนองความเชื่อถือได้และความต้องการด้านพลังงานของลูกค้า เรารอคอยโอกาสในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลในระดับที่ต่างกันได้ เป็นการสนับการตรวจสอบสถานีย่อยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามรอบดำเนินการปกติ พร้อมจัดลำดับความสำคัญและสั่งการทีมงานของเราโดยอัตโนมัติ สิ่งนี้จะช่วยให้ทีมงานที่มีทักษะสูงของเรามุ่งไปตามลำดับความสำคัญได้อย่างถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม และมั่นใจได้ว่างานที่สำคัญต่อภารกิจจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ นี่คือ การเปลี่ยนแปลงจากการบำรุงรักษาเชิงรับไปเป็นการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์อย่างแท้จริง”

ที่มา: IFS

About Suphasin Sueklab

Check Also

ชิเซโด้ (Shiseido) ปรับทัพอุตสาหกรรม! เตรียมปิดโรงงานไต้หวัน ดึงฐานการผลิตกลับญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตามองในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต เมื่อแบรนด์ความงามยักษ์ใหญ่อย่าง Shiseido ประกาศแผนเตรียมปิดตัวโรงงาน Hsinchu ในไต้หวัน เพื่อย้ายฐานการผลิตทั้งหมดกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับโครงสร้างการดำเนินงานทั่วโลกให้กระชับและคล่องตัวยิ่งขึ้น

Hyundai Motor ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์และ AI เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อน Smart Factory

Hyundai Motor Group (HMG) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์เกาหลีใต้ เร่งเครื่องยกระดับสายการผลิตสู่อนาคต ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรภายในแผนก Manufacturing Solutions Division เพื่อขยายการนำหุ่นยนต์มาใช้ใน Smart Factory เต็มรูปแบบ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้นเพียงการขยายปริมาณการผลิต …