NETIZEN เผยวิสัยทัศน์ ERP ปี 2026: Supply Chain Resource Planning และ AI คือหัวใจสำคัญ

ปี 2025 ที่ผ่านมานี้ถือเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากในโลกของเทคโนโลยีและธุรกิจ ทำให้ความสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเป็นระบบและคล่องตัวทวีความสำคัญขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งส่งผลให้มุมมองของเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูงที่มีต่อเทคโนโลยี Enterprise Resource Planning หรือ ERP นั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณเสรี สาธุกิจชัย ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO แห่ง NETIZEN  ถึงภาพรวมของธุรกิจไทยและการใช้งาน ERP ในปี 2025 ที่ผ่านมา, มุมมองของ ERP ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงวิสัยทัศน์สู่ปี 2026 จึงขอนำสรุปประเด็นน่าสนใจเอาไว้ในบทความนี้ครับ

คุณเสรีได้เล่าถึงความเป็นมาของ NETIZEN ที่ดำรงธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2000 ด้วยเป้าหมายในการเป็นพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตสู่การเป็นธุรกิจระดับโลกและมีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ทำให้ NETIZEN นั้นเลือกที่จะดำเนินธุรกิจในฐานะของการเป็น SAP Implementer ควบคู่ไปกับการเป็น Business Technology Transformation Consulting เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการธุรกิจ และการต่อยอดเชิงเทคโนโลยีให้กับธุรกิจไทยในทุกอุตสาหกรรม

ความเชี่ยวชาญที่ทำให้ NETIZEN นั้นไม่เหมือนกับ SAP Implementer หลักๆ นั้นมีด้วยกัน 3 ประการ

ประการแรก คือการให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจขององค์กรต่างๆ ด้วยแนวคิด BTX หรือ Business Technology Transformation ที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การนำโซลูชันจาก SAP เข้าไปปรับแต่งให้สอดคล้องกับกระบวนการที่ธุรกิจนั้นๆ ทำอยู่แต่เดิม แต่เป็นการช่วยวางแผนกลยุทธ์ถึงการเติบโตในอนาคตให้กับแต่ละธุรกิจ และนำระบบ SAP ไปช่วยวางรากฐาน มาตรฐาน ไปจนถึงกระบวนการใหม่ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ธุรกิจนั้นๆ บรรลุถึงเป้าหมายในการเติบโตให้ได้ โดยมีนำเสนอทางเลือกในการเติบโตหลายรูปแบบให้แต่ละธุรกิจได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจ เรียกได้ว่าเป็นการทำงานในเชิงพันธมิตรทางธุรกิจที่คิดเพื่อการเติบโตของลูกค้าในอนาคต แทนที่จะมองแต่เพียงการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันเท่านั้น ทำให้ลูกค้าของ NETIZEN หลายรายเห็นความแตกต่างทีชัดเจน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการให้คำปรึกษาด้วยแนวทาง BTX นี้ คือการที่ NETIZEN ไม่ได้มองเพียงแค่การวางระบบเพื่อการใช้งานภายในของแต่ละธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการทำ Business Integration เชื่อมต่อ Supply Chain ระหว่างคู่ค้าเพิ่มเติมด้วย ช่วยให้เกิดการเห็นภาพรวมของทั้ง Ecosystem ของแต่ละธุรกิจ และสามารถบริหารจัดการการซื้อขายหรือทำธุรกรรมร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสถานการณ์ Win-Win Situation ในการทำงานให้กับแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี

ประการที่สอง คือการที่ NETIZEN มีการพัฒนาโซลูชันสำหรับต่อยอด SAP ในเวอร์ชันต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการเฉพาะทางของธุรกิจองค์กรไทยที่อยู่ภายใต้กฎหมายซึ่งมีความซับซ้อนสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเริ่มต้นใช้งาน SAP ได้อย่างรวดเร็วที่สุดโดยเสียเวลาในการปรับแต่งพัฒนาส่วนเสริมให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแบบฟอร์มที่จำเป็นต่อการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐแต่ละแห่ง, การจัดรูปแบบรายงานทางบัญชีและการเงินให้สอดคล้องต่อความต้องการของกรมสรรพากร, Template สำหรับการติดตั้งใช้งานส่วนเสริมเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว, Business Process ที่มักถูกใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม ไปจนถึงการผสานระบบกับระบบอื่นๆ ภายนอกที่ธุรกิจองค์กรไทยมักเลือกใช้ เช่น การเชื่อมต่อระบบกับธนาคารต่างๆ ในประเทศไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย, การเชื่อมต่อกับระบบ E-Commerce ชั้นนำอย่าง Shopee, Lazada, Tiktok และอื่นๆ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ NETIZEN มีระบบ SAP ในรูปแบบของตนเองสำหรับนำเสนอต่อธุรกิจในทุกขนาดทุกอุตสาหกรรม ได้แก่

  • SAP S/4HANA Cloud version NETIZEN Peony สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่ต้องการบริหารจัดการและควบคุมกระบวนการทำงานที่มีความซับซ้อนสูง มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย
  • SAP Business ByDesign version NETIZEN Arabica สำหรับธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดกลาง ที่ต้องการวางมาตรฐานในการดำเนินงานให้มีความชัดเจน เป็นอัตโนมัติ และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
  • SAP Business One Cloud version NETIZEN Shirasu สำหรับธุรกิจ SMEs ที่ต้องการจัดระเบียบให้กับธุรกิจของตนเอง ด้วยการมีเอกสารด้านการเงิน, บัญชี, การขาย, คลังสินค้า และการผลิตให้ครบถ้วน รองรับการทำงานอย่างเป็นระบบสำหรับการเติบโตในภายภาคหน้า

ประการที่สาม คือการที่ NETIZEN นั้นเป็นผู้นำด้านระบบ Cloud ERP โดยในอดีตนั้น NETIZEN ก็มีความเชี่ยวชาญในโซลูชันด้าน ERP จาก SAP อย่างครบถ้วน แต่เมื่อ SAP ได้เริ่มเปิดตัวบริการ Cloud ERP เมื่อปี 2015 ทาง NETIZEN ก็เป็น SAP Implementer รายแรกของไทยและของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้นำระบบดังกล่าวไปติดตั้งใช้งานให้กับลูกค้า รวมถึงยังเป็นบริษัท SAP Implementer แรกของไทยที่ได้มีประสบการณ์ในการวางระบบ SAP บน Cloud ในหลากหลายโซลูชัน ไม่ว่าจะเป็น SAP บน AWS, SAP บน Huawei Cloud, SAP Business ByDesign, RISE with SAP หรือ GROW with SAP ก็ตาม

NETIZEN มีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าการใช้ SAP บน Cloud นั้นคือวิธีการที่ดีที่สุดในการใช้ SAP เพราะธุรกิจจะได้รับการอัปเดตระบบใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ พร้อมใช้งานความสามารถใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้แข็งแรงขึ้นได้ อีกทั้งยังสามารถเปิดรับต่อการพัฒนาหรือเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อยู่เสมอ

ในปี 2025 ที่ผ่านมา คุณเสรีเห็นว่าเป็นปีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงธุรกิจและเทคโนโลยีที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ของธุรกิจระดับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง หรือการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI ก็ตาม ในขณะที่ระบบ ERP เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเช่นกัน

ในมุมของธุรกิจองค์กรไทย คุณเสรีเริ่มเห็นสัญญาณว่าเหล่าผู้บริหารระดับสูงนั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่ระบบ ERP ในการบริหารจัดการธุรกิจเท่านั้นอีกต่อไป แต่ยังมองหาเทคโนโลยีอื่นๆ ที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจอย่างมั่นคงมากกว่าเดิม เช่น ระบบ Data Analytics สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล, ระบบ Customer Relationship Management สำหรับการบริหารความสัมพันธ์ การขาย และการให้บริการแก่ลูกค้า, ระบบ Procurement Management สำหรับบริหารจัดการการจัดซื้อ, ระบบ Supply Chain Management สำหรับการบริหารจัดการซัพพลายเชนในเชิงลึก, ระบบเชื่อมต่อ E-Commerce และ Traditional Commerce เพื่อบริหารจัดการการขายในช่องทางต่างๆ ไปจนถึงระบบ AI และ Automation สำหรับปรับกระบวนการทำงานให้กลายเป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้งาน ERP ของธุรกิจองค์กรต่างๆ จึงมีความหลากหลายมากขึ้น และธุรกิจต่างๆ ก็ต้องการทางเลือกที่มากขึ้นให้สอดคล้องต่อความต้องการเฉพาะของธุรกิจ ดังนั้นการนำเสนอ SAP พร้อมกับโซลูชันที่สอดคล้องต่อความต้องการเหล่านี้ และผสานการทำงานระหว่างระบบร่วมกันไปด้วยในเวลาเดียวกัน จึงกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำสำหรับ NETIZEN เพียงแต่ในปี 2025 นี้ ระบบ CRM ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลายองค์กรต้องการมากเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการขายและยอดขายได้นั่นเอง

ในแง่ของการดำเนินธุรกิจ คุณเสรีระบุว่าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้ ก็มีทั้งธุรกิจที่ต้องเผชิญปัญหาและความท้าทายต่อการเติบโต แต่ก็ยังมีธุรกิจที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว พร้อมขยายตลาดไปสู่ระดับโลกเช่นกัน ซึ่งจากประสบการณ์ของ NETIZEN กว่า 25 ปีที่ผ่านมา ภาวะเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และแต่ละอุตสาหกรรมก็มีช่วงเวลาในการขึ้นลงที่แตกต่างกัน

เมื่อมีวิกฤตเกิดขึ้น ก็ต้องมีโอกาสสำหรับบางคนอยู่เสมอ” – คุณเสรีกล่าว

สำหรับปี 2026 คุณเสรีเชื่อว่าจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นและมีความท้าทาย โดยธุรกิจองค์กรไทยจะมีการปรับตัวใช้เทคโนโลยีในการบริหารธุรกิจองค์กรที่มากขึ้น และมีความต้องการในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจในแง่มุมที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้น NETIZEN จึงเตรียมตัวด้วยการสร้างทีม BTX ขึ้นมา เพื่อเร่งการให้คำปรึกษาและวางระบบให้กับธุรกิจองค์กรให้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น Template ของการ Deploy ระบบตามความต้องการในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในแบบ Fast Moving

ในแง่มุมของ NETIZEN เอง การตอบรับความท้าทายในปีหน้าถือว่าเป็นโจทย์ที่น่าสนใจ เพราะเมื่อความเร็วในการตอบสนองเชิงเทคโนโลยีให้ทันต่อความต้องการทางธุรกิจเป็นหัวใจสำคัญ NETIZEN ที่พร้อมในส่วนนี้ด้วยโซลูชัน Cloud จาก SAP ไม่ว่าจะเป็น RISE with SAP, GROW with SAP, SAP Business ByDesign และ SAP Business One on Cloud รวมถึงโซลูชันเสริมที่พัฒนาขึ้นมาเองอย่าง NETIZEN Peony, NETIZEN Arabica และ NETIZEN Shirasu เองก็รองรับการใช้งานบน Cloud ได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้ SAP ที่ต้องปรับแต่งให้เหมาะสมกับบริบทของการทำธุรกิจในไทยได้อย่างคล่องตัว

จุดหนึ่งที่คุณเสรีเห็นว่าจะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ในการวางระบบ SAP นั้น ก็คือการที่มีเจ้าของกิจการในรุ่นลูกหรือรุ่นหลานเข้ามาบริหารธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งเจ้าของธุรกิจในกลุ่มนี้ต่างก็ต้องการ “ความเป็นมาตรฐาน” ในการดำเนินธุรกิจ แนวคิดนี้เองที่จะทำให้ SAP Implementer ต้องเร่งปรับตัวจากการเป็นผู้ให้บริการตามโจทย์ของลูกค้า สู่การเป็นผู้ร่วมกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับลูกค้า โดยอาศัย Template ต่างๆ ในระบบของ SAP เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งเรื่องนี้ NETIZEN มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นแนวทางที่ NETIZEN ใช้มาตั้งแต่เริ่มทำโซลูชันของ SAP บน Cloud มาตั้งแต่แรกแล้ว

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือเรื่องของการที่ธุรกิจจำนวนมากจะต้องมีการเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินธุรกิจ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเอาตัวรอดให้ได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ต้องช่วยให้ Supplier ภายในอุตสาหกรรมอยู่รอดไปด้วยกันให้ได้ ทำให้คุณเสรีเชื่อว่าอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญในอนาคตที่จะเกิดขึ้นก็คือการทำ Supply Chain Resource Planning ที่จะทำให้แต่ละธุรกิจสามารถทำงานร่วมกับ Ecosystem ของตนเองได้อย่างเข้มข้นลงลึกยิ่งกว่าเดิม และช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปในทิศทางของการร่วมกันลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพไปด้วยกันในฐานะของพันธมิตร ที่ร่วมกันออกแบบโครงการ, วางแผนส่งมอบ, กำหนดนโยบายการทำงานร่วมกัน ไปจนถึงการช่วยเหลือแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันและกัน

สุดท้ายคือเรื่องของ AI ที่ในปี 2025 ที่ผ่านมา SAP ได้ส่งสัญญาณความพร้อมเชิงเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น SAP Business Technology Platform (BTP) สำหรับการเชื่อมผสานระบบ, SAP Business Data Cloud (BDC) สำหรับการผสานรวมข้อมูลระหว่างระบบ SAP และระบบอื่นๆ, SAP Business AI โซลูชัน AI สำหรับการบริหารธุรกิจโดยเฉพาะ, SAP Joules สำหรับการตอบสนองกับระบบของ SAP ผ่าน AI, การเปิดตัว SAP Foundation Models สำหรับใช้พัฒนา AI Application ต่อยอดได้ตามต้องการ ไปจนถึงเครื่องมือทางด้าน AI ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานให้กับ SAP Developer ในแง่มุมที่หลากหลาย

คุณเสรีเห็นว่ากระแสของ AI นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับธุรกิจองค์กรต่างๆ ในอนาคต โดยกรณีการใช้งานที่เห็นเป็นโจทย์สำคัญนั้นก็คือการใช้ AI เป็นตัวช่วยในการรวบรวมและจัดการกับข้อมูลเชิงธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและวิเคราะห์ข้อมูลลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในแง่ของการทำงาน คุณเสรีเองก็เริ่มพบว่ามีการใช้งาน AI ในระหว่างการดำเนินโครงการ SAP มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ SAP AI for Consultant หรือ SAP AI for Developer ซึ่งต่างก็ช่วยให้การทำงานมีความละเอียดครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่ลูกค้าธุรกิจองค์กรเองก็เริ่มมีการใช้ AI เพื่อสอบทวนการให้คำปรึกษาของเหล่า SAP Implementer ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีประเด็นใดตกหล่นไปในระหว่างที่มีการเจรจาหารือที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

อย่างไรก็ดี การใช้ AI ในภาคธุรกิจนั้น ก็ต้องคำนึงถึงประเด็นด้านข้อมูลรั่วไหลให้ดี โดยคุณเสรีระบุว่าสิ่งที่ธุรกิจจำเป็นจะต้องมีในอนาคตนั้น ก็คือการวาง Enterprise AI Platform สำหรับใช้งานกับข้อมูลภายในองค์กรโดยเฉพาะ และการกำหนดนโยบายสำหรับการใช้งานข้อมูลและ AI ร่วมกันให้ตอบโจทย์เหล่านี้ให้ได้อย่างเหมาะสม

ระหว่างนี้การใช้ AI ยังเป็นช่วงที่ทุกคนในวงการยังคงลองผิดลองถูกร่วมกัน แต่ในอนาคต NETIZEN ก็เชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน ในฐานะของคนทำงาน เราเองก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เหนือกว่า AI ให้ได้ ตอนนี้ยังถือว่าทันเวลากับการปรับตัวให้เราสามารถทำงานร่วมกับ AI ให้ AI เป็นผู้ช่วยของเรา และต่อยอดจากความต้องการของเราให้ได้” คุณเสรีกล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ NETIZEN

NETIZEN ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้พัฒนา Online Shopping Platform เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย ในภายหลัง NETIZEN ได้เปลี่ยนการดำเนินธุรกิจมาสู่การให้คำปรึกษาและติดตั้งใช้งาน SAP ERP อย่างเต็มรูปแบบ

ปัจจุบัน NETIZEN คือผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Technology Transformation (BTX) ที่ใช้โซลูชันที่หลากหลายจาก SAP ในการยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Intelligent Enterprise ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล

รางวัล

  • SAP BEST GROW PARTNER INDOCHINA 2025
  • SAP OUTSTANDING PARTNER IN PARTNER-LED TERRITORY SOUTH EAST ASIA 2025
  • SAP BEST GROW WITH SAP PARTNER THAILAND 2024
  • SAP INNOVATION PARTNER SOUTH EAST ASIA 2023
  • SAP STRATEGIC PARTNER OF THE YEAR SAP S/4 HANA CLOUD, PUBLIC EDITION SOUTH EAST ASIA 2022
  • HUAWEI SPECIALIZED PARTNER OF THE YEAR 2022
  • SAP PARTNER OF THE YEAR 2017-2021 SOUTH EAST ASIA 2021 – ASIA PACIFIC AND JAPAN
  • HUAWEI SAP MIGRATION PARTNER OF THE YEAR 2021
  • AWS LEADERSHIP PRINCIPLE RECOGNITION “DIVE DEEP” 2017
  • SAP TOP CLOUD INNOVATOR 2016

United VARs

NETIZEN เป็นสมาชิกของ SAP United VARs ตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตร SAP ระดับโลกที่ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศ ช่วยให้ NETIZEN สามารถรองรับโครงการ SAP สำหรับองค์กรข้ามชาติได้อย่างไร้รอยต่อ และทำงานร่วมกับพันธมิตรในแต่ละประเทศตามมาตรฐานสากลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ผู้ที่สนใจโซลูชันระบบ SAP หรือ ERP สามารถติดต่อทีมงาน NETIZEN ได้ที่ [email protected] หรือโทร 020906868 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ NETIZEN ได้ที่ https://www.netizen.co.th/

About Nattakon

Check Also

ชิเซโด้ (Shiseido) ปรับทัพอุตสาหกรรม! เตรียมปิดโรงงานไต้หวัน ดึงฐานการผลิตกลับญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตามองในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต เมื่อแบรนด์ความงามยักษ์ใหญ่อย่าง Shiseido ประกาศแผนเตรียมปิดตัวโรงงาน Hsinchu ในไต้หวัน เพื่อย้ายฐานการผลิตทั้งหมดกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับโครงสร้างการดำเนินงานทั่วโลกให้กระชับและคล่องตัวยิ่งขึ้น

Hyundai Motor ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์และ AI เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อน Smart Factory

Hyundai Motor Group (HMG) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์เกาหลีใต้ เร่งเครื่องยกระดับสายการผลิตสู่อนาคต ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรภายในแผนก Manufacturing Solutions Division เพื่อขยายการนำหุ่นยนต์มาใช้ใน Smart Factory เต็มรูปแบบ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้นเพียงการขยายปริมาณการผลิต …