ในงาน Zebra Technologies Sales Kick-Off APAC 2026 ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ Zebra ได้ประกาศทิศทางสำคัญในการนำ AI และเทคโนโลยีการมองเห็น (Visibility) เข้าสู่ “หน้างานจริง” (Frontline) ไม่ว่าจะเป็นพื้นโรงงาน ทางเดินในห้างสรรพสินค้า หรือคลังสินค้า เพื่อรับมือกับวิกฤตแรงงานขาดแคลนและความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น

RFID: เทรนด์ของความแม่นยำ
Tom Bianculli CTO ของ Zebra เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปริมาณการจัดส่งแท็ก RFID ทั่วโลกพุ่งทะยานจาก 2 หมื่นล้านชิ้นในปี 2020 คาดว่าจะทะลุ 1.1 แสนล้านชิ้นในปี 2028 โดยในปีนี้ปีเดียวมีการส่งออกไปแล้วกว่า 8 หมื่นล้านชิ้น สะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการสแกนทีละชิ้น ไปสู่การติดตามสิ่งของแบบเรียลไทม์และต่อเนื่อง (Continuous Visibility)
Intelligent Operations: เมื่อ AI ทำงานร่วมกับมนุษย์
Zebra นิยามการทำงานยุคใหม่ว่าคือการรวม AI, ข้อมูล และความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้าด้วยกัน:
- ในโรงงานผลิต: กล้อง Machine Vision จะตรวจจับตำหนิสินค้าบนสายพานด้วยความเร็วสูง โดยใช้ AI ที่ถูกเทรนจาก “มาตรฐานความเนี๊ยบ” ของพนักงานผู้เชี่ยวชาญ
- ในคลังสินค้า: อุปกรณ์พกพารุ่นใหม่จะทำหน้าที่เป็น “เซนเซอร์ 3 มิติ” ช่วยยืนยันตำแหน่งพาเลทและตรวจสอบสินค้าในคลังได้อย่างแม่นยำ
- ในร้านค้าปลีก: เปิดตัว Zebra Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่พนักงานสามารถถามตอบเรื่องนโยบายการคืนสินค้าหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ทันที ช่วยให้พนักงานใหม่ทำงานได้เหมือนมือโปรตั้งแต่วันแรก
กลยุทธ์ “เริ่มจากจุดเล็ก” เพื่อ ROI ที่จับต้องได้
Zebra แนะนำว่าอย่าพยายามจัดระเบียบข้อมูลทั้งองค์กรในคราวเดียว แต่ให้เลือก “Specific Use Case” หรือกระบวนการทำงานเฉพาะจุดมาทำ AI ก่อน เพื่อให้เห็นผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ภายใน 12-15 เดือน เช่น:
- การลดเวลาค้นหาพัสดุบนรถส่งของ
- การลดค่าปรับจากการส่งสินค้าผิดพลาดด้วยการตรวจสอบอัตโนมัติทุกขั้นตอน
วิสัยทัศน์ของ Zebra ในปี 2026 ไม่ใช่การใช้หุ่นยนต์มาไล่คนออก แต่คือการสร้างระบบที่ “คาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า” และใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมพลังให้มนุษย์ตัดสินใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่แรงกดดันด้านค่าแรงและซัพพลายเชนกำลังเร่งตัวอย่างรวดเร็ว
ที่มา: https://techwireasia.com/2026/01/inside-zebra-technologies-approach-to-frontline-ai/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








