ช่วงนี้แวดวงอุตสาหกรรมยาและชีวเภสัชภัณฑ์ในสหรัฐฯ กำลังคึกคักและน่าจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเทรนด์การดึงฐานการผลิตกลับประเทศ (Onshoring) เพื่อความมั่นคงทางซัพพลายเชน ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง Johnson & Johnson (J&J) ได้ประกาศก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมนี้อย่างชัดเจน

J&J ได้อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์บำบัด (Cell Therapy) สุดล้ำแห่งใหม่ในเมือง Lower Gwynedd รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผนยุทธศาสตร์มูลค่ามหาศาลถึง 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ J&J ตั้งเป้าจะขยายขีดความสามารถทั้งด้านการผลิตและ R&D ในสหรัฐฯ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นทศวรรษนี้ (ปี 2029)
- เป้าหมายการผลิต: เดินหน้าสนับสนุนพอร์ตโฟลิโอยาสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มยารักษาโรคมะเร็ง โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน และโรคทางระบบประสาท
- การจ้างงาน: คาดว่าจะสร้างงานทักษะสูงในสายการผลิตชีวภาพ (Biomanufacturing) ได้มากกว่า 500 อัตรา
เพนซิลเวเนีย ทำเลทองแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมยา ที่น่าสนใจคือ J&J ไม่ใช่บริษัทเดียวที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่นี้ หากมองภาพรวมจะเห็นว่า Eli Lilly ยักษ์ใหญ่อีกราย ก็เพิ่งเลือกเพนซิลเวเนียเป็นฐานทัพสำคัญเช่นกัน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Eli Lilly ประกาศลงทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโรงงานที่ Lehigh Valley เพื่อผลิตยาฉีดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะการรองรับการผลิตยาลดน้ำหนักเจเนอเรชันใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงมาก การลงทุนนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในแผนการสร้างโรงงานใหม่ 4 แห่งของบริษัท เพื่อย้ายฐานการผลิตยาทางการแพทย์กลับมายังสหรัฐฯ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา Eli Lilly ได้ทุ่มงบในส่วนนี้ไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ผู้นำในอุตสาหกรรมยากำลังแข่งขันกันมุ่งหน้าสู่การสร้างฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและล้ำสมัยในประเทศ ควบคู่ไปกับการอัปเกรดเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองต่อการรักษาแห่งอนาคต
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








