ในโลกธุรกิจตอนนี้ ใคร ๆ ก็อยากใช้ AI แต่ปัญหาคลาสสิกที่หลายองค์กรเจอคือ “ติดหล่ม” อยู่แค่ช่วงทดลองใช้ พอจะเอามาใช้จริงสเกลใหญ่กลับไปไม่รอด เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย โครงสร้างพื้นฐานไม่รองรับ และติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ล่าสุดในงาน GTC 2026 สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง IBM และ NVIDIA ได้ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้และช่วยให้องค์กรเข็น AI ออกมาใช้งานจริงได้อย่างเต็มรูปแบบ

หมัดเด็ดแรกคือการนำขุมพลังชิป GPU ของ NVIDIA (cuDF) เข้ามาเร่งความเร็วให้กับระบบจัดการข้อมูล watsonx.data ของ IBM เพื่อจัดการกับข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured Data) ซึ่งบทพิสูจน์ที่เห็นภาพที่สุดคือการนำไปใช้งานจริงกับระบบฐานข้อมูลซัพพลายเชนระดับโลกของ Nestlé ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะการประมวลผลข้อมูลที่เคยใช้เวลา 15 นาที ถูกหั่นเหลือเพียง 3 นาที ช่วยประหยัดต้นทุนไปได้ถึง 83% และดันประสิทธิภาพความคุ้มค่า (Price-performance) ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 30 เท่า ทำให้ Nestlé สามารถตัดสินใจเรื่องการผลิตและคลังสินค้าได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น
แต่ข้อมูลในองค์กรส่วนใหญ่มักไม่ได้จัดเรียงมาสวยงาม ทั้งคู่จึงงัดไม้ตายที่สองมารับมือกับข้อมูลไร้โครงสร้าง (Unstructured Data) อย่างพวกไฟล์เอกสารหรือหน้าเว็บ โดยจับคู่ระบบ Docling ของ IBM เข้ากับโมเดลเปิด Nemotron ของ NVIDIA เพื่อสกัดและแปลงข้อมูลเอกสารที่ยุ่งเหยิงให้กลายเป็นฟอร์แมตที่ AI อ่านเข้าใจได้ทันทีอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ในฝั่งของโครงสร้างพื้นฐาน NVIDIA ยังเจาะจงเลือกใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลความเร็วสูง IBM Storage Scale System 6000 สำหรับงานประมวลผลข้อมูลมหาศาลของตัวเอง พร้อมทั้งจับมือกันพัฒนาโซลูชันสำหรับองค์กรหรือหน่วยงานรัฐที่ซีเรียสเรื่องความปลอดภัยและต้องเก็บข้อมูลไว้ในประเทศโดยเฉพาะอีกด้วย
เพื่อความครบวงจร IBM ยังเตรียมเปิดให้บริการชิปตัวท็อปรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA Blackwell Ultra บน IBM Cloud ในช่วงต้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 สำหรับรองรับการเทรน AI ขนาดใหญ่ เมื่อนำมาผสานรวมกับแพลตฟอร์ม Red Hat AI Factory และทีมที่ปรึกษาจาก IBM Consulting ก็เรียกได้ว่าเป็นการปูทางให้ลูกค้าระดับองค์กรมีระบบนิเวศที่พร้อมสำหรับสร้างและขยายสเกล AI ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในที่เดียว
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








