Microchip เพิ่มกำลังการผลิตไฮโดรเจนเมเซอร์ [PR]

ไฮโดรเจนเมเซอร์คือนาฬิกาอะตอมที่ใช้คุณสมบัติของอะตอมไฮโดรเจนเพื่อปล่อยคลื่นความถี่ไมโครเวฟที่แม่นยำ เพื่อการบอกเวลาที่เสถียรและมีความแม่นยำสูง  ไฮโดรเจนเมเซอร์ถูกนำไปใช้งานทั่วโลกและมีส่วนช่วยอย่างมากในการบอกเวลาในระบบเวลาสากลเชิงพิกัด (UTC) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับเวลาในแต่ละวัน โดยช่วยซิงโครไนซ์การใช้งานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น โครงข่ายไฟฟ้า เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และการสื่อสารผ่านดาวเทียม ความต้องการไฮโดรเจนเมเซอร์กำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศต่าง ๆ พึ่งพาระบบมาตรเวลาอิสระเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานจากการหยุดชะงักและไฟฟ้าดับ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเมเซอร์ไฮโดรเจนที่เพิ่มขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ในวันนี้จึงประกาศว่าบริษัทได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ในเมืองทัสคาลูซา รัฐแอละบามา ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิต MHM-2020 Active Hydrogen Maser เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดระยะเวลาดำเนินการ

MHM-2020 Active Hydrogen Maser ของ Microchip ได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานที่ต้องการเสถียรภาพความถี่สูงและสัญญาณรบกวนเฟสต่ำ การใช้งานเหล่านี้ประกอบด้วยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ บริการการบอกเวลาระดับชาติ ดาราศาสตร์วิทยุ เครือข่ายการติดตามในอวกาศลึก และสถานีภาคพื้นดิน GNSS/GPS MHM-2020 Active Hydrogen Maser ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้สามารถซิงโครไนซ์ข้อมูลได้ใน 1 พิโควินาที เพื่อการสอบเทียบที่แม่นยำกับ GNSS โดยมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี หากใช้งานอย่างต่อเนื่องและบำรุงรักษาน้อยที่สุด 

โรงงานแห่งใหม่ในทัสคาลูซาได้ขยายการผลิตผลิตภัณฑ์ระบบเวลาและการซิงโครไนซ์ของ Microchip ซึ่งรวมถึง MHM-2020 Active Hydrogen Maser, Auxiliary Output Generator™ (AOG-110) และออสซิลเลเตอร์คริสตัล 1000C-OCXO ประสิทธิภาพสูงพิเศษ โดย AOG-110 มอบฟังก์ชันเสริมสำหรับมาตรฐานความถี่ที่เสถียร ขณะที่ 1000C-OCXO ให้สัญญาณรบกวนเฟสที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานด้านมาตรวิทยาและห้องปฏิบัติการ

การดำเนินงานของ Microchip ในรัฐแอละแบมา เกิดขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการหลายครั้งนับตั้งแต่ Frequency Time Systems ในปี 2539 ซึ่งบริษัทได้ดำเนินกิจการโรงงานแห่งหนึ่งในเขตทัสคาลูซานับตั้งแต่นั้นมา โรงงานแห่งใหม่นี้มีพื้นที่ประมาณ 15,000 ตารางฟุต มีพื้นที่ทดสอบเสถียรภาพของอุณหภูมิ และห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับมหาวิทยาลัยแอละแบมา (UA) ในระยะห่างเพียงไม่กี่ไมล์จากวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ซึ่งครอบคลุมถึงการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ การฝึกอบรมและการจ้างนักศึกษา รวมถึงการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา 

“ห้องปฏิบัติการ Quantime ที่มหาวิทยาลัยแอละแบมามุ่งเน้นไปที่การศึกษาหลักการฟิสิกส์ควอนตัมขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาเครื่องมือจับเวลา ความถี่ และการนำทาง ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Microchip ในโครงการไฮโดรเจนเมเซอร์” ดร.เทเจซ บันดี หัวหน้านักวิจัยของห้องปฏิบัติการ Quantime แห่งมหาวิทยาลัยแอละแบมาและผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของโครงการ ACCEPT กล่าว “การขยายการผลิตในพื้นที่นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการพัฒนาโซลูชันการจับเวลาและความถี่”

“โรงงานในเมืองทัสคาลูซาแห่งนี้ถือเป็นสิ่งที่ Microchip ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทั้งเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าสำหรับเมเซอร์ไฮโดรเจนของเรา และเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือของเรากับห้องปฏิบัติการระบบนำทางและเวลาที่แม่นยำของมหาวิทยาลัยแอละแบมา” แรนดี้ บรูดซินสกี รองประธานฝ่ายองค์กรของหน่วยธุรกิจระบบความถี่และเวลาของ Microchip กล่าว“การลงทุนครั้งนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของเราในการส่งมอบเทคโนโลยีการบอกเวลาขั้นสูงที่ลูกค้าของเราไว้วางใจ”

Microchip นำเสนอระบบนาฬิกาและระบบบอกเวลาที่หลากหลาย ตั้งแต่ออสซิลเลเตอร์ส่วนประกอบขนาดเล็กการ์ดเซิร์ฟเวอร์บอกเวลาแบบปลั๊กอินขนาดเล็ก ไปจนถึงระบบมาตรเวลาแบบหลายแร็ค ในฐานะผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเวลาของโลก โซลูชันการระบุเวลาของ Microchip จึงได้รับความไว้วางใจ เชื่อถือได้ และมีความยืดหยุ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่หน้าเว็บระบบนาฬิกาและการระบุเวลาของ Microchip 

ราคาและความพร้อมจำหน่าย
ตอนนี้ MHM-2020 Active Hydrogen Maser มีพร้อมจำหน่ายแล้ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสั่งซื้อ โปรดติดต่อตัวแทนจำหน่าย Microchip หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วโลก.

About Suphasin Sueklab

Check Also

บริหาร Supply Chain ให้ชาญฉลาดขึ้น ด้วย SAP Business AI และ SAP Joule โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

การบริหารจัดการ Supply Chain นั้นถือเป็นงานที่มีความท้าทายมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นงานที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายฝ่ายทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝ่ายขาย, ข้อมูลฝ่ายการผลิต, ข้อมูลคลังสินค้า, ข้อมูลฝ่ายทรัพยากรบุคคล, ข้อมูลการขนส่ง ไปจนถึงข้อมูลการสื่อสารร่วมกับ Supplier ภายนอกในแต่ละด้าน

NEC ส่งโปรเจกต์ร่วมมือ UrbanChain ทดสอบระบบที่จอดรถอัจฉริยะ ยกระดับ Parking DX ด้วย AI

NEC และ UrbanChain ร่วมมือทดสอบบริการ Next-generation Surface Parking Lot หรือระบบลานจอดรถอัจฉริยะในเดือนกันยายน 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งผลักดัน Digital Transformation ในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านลานจอดรถ ผ่านการผสานฟังก์ชันชำระเงินอัตโนมัติ …