เรากำลังอยู่ในยุคที่ทุกอุตสาหกรรมต่างตื่นตัวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หลายองค์กรอาจคิดว่าแค่กว้านซื้อเครื่องมือ AI ล้ำ ๆ มาปลั๊กอินก็สามารถพลิกโฉมธุรกิจได้ทันที แต่ทว่าบนเวทีงานสัมมนาใหญ่ระดับโลกอย่าง SAP Sapphire 2026 เหล่าผู้บริหารจากองค์กรยักษ์ใหญ่กลับส่งเสียงประสานกันในทิศทางตรงกันข้ามว่า… “คุณค่าที่แท้จริงของ AI จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อองค์กรมี Data ที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจนรองรับ”

นี่คือเรื่องราวและบทเรียนจากการลงมือทำจริงของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ตอกย้ำว่า AI ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นผลลัพธ์ของรากฐานที่แข็งแกร่ง
องค์กรต้อง ‘พร้อม’ ก่อนให้ AI ออกโรง
Lockheed Martin ยักษ์ใหญ่ด้านอากาศยานและยุทธภัณฑ์ ชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่การทำ Digital Transformation แต่คือการสร้าง “ความพร้อม” (Readiness) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ไปจนถึงซัพพลายเชนสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ผู้บริหารของ Lockheed Martin เน้นย้ำว่า AI จะทรงพลังก็ต่อเมื่อถูกฝังลงไปในโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง หากนำ AI ไปแปะไว้บนกระบวนการที่ยุ่งเหยิงหรือข้อมูลที่กระจัดกระจาย สุดท้ายก็ไม่สามารถสเกลเพื่อใช้งานจริงได้
สอดคล้องกับมุมมองของ ExxonMobil ที่มีอายุองค์กรยาวนานกว่า 150 ปีและเต็มไปด้วยความซับซ้อนของระบบ IT พวกเขายอมรับว่า “ข้อมูลคือสินทรัพย์ที่เคยถูกกักขังไว้” การจะนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด องค์กรต้องยอมถอยกลับมาจัดระเบียบโครงสร้างใหม่ ลดความซ้ำซ้อน และเคลียร์ Data ให้สะอาดเป็นมาตรฐานเสียก่อน เพราะหากติดกระดุมเม็ดแรกผิด การลงทุนในนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอนาคตก็จะต้องจ่ายแพงขึ้นเรื่อยๆ
มาตรฐานที่ชัดเจน คือสปริงบอร์ดสู่ ‘ความเร็วและความคล่องตัว’
หลายคนอาจกังวลว่าการทำระบบให้เป็นมาตรฐาน (Standardization) จะทำให้องค์กรอุ้ยอ้ายและหมดความคล่องตัว แต่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Levi Strauss พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง
Levi’s ทำการยุบรวมระบบ ERP 9 ตัวทั่วโลกให้กลายเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลหนึ่งเดียว (Clean Core) ผลลัพธ์ที่ได้คือพวกเขาสามารถบูรณาการ AI Agent กว่า 1,000 ตัวเข้าสู่ระบบธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการจัดการคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่ซับซ้อนและเคยต้องใช้แรงงานคนทำเอกสาร 2-5 วัน ปัจจุบัน AI สามารถจัดการให้จบได้ภายใน 20-30 นาทีเท่านั้น
เช่นเดียวกับกรณีของ Aeropuertos Argentina ผู้บริหารจัดการสนามบินในอาร์เจนตินา ที่เจอปัญหาพายุหิมะป่วนเที่ยวบินและสร้างความเสียหายอย่างหนักทุกปี แต่ด้วยการวางรากฐานระบบบน SAP S/4HANA ที่สะอาดและพร้อมใช้งาน พวกเขาสามารถพัฒนา AI ที่ชื่อว่า “SNOW Agent” เพื่อวิเคราะห์สภาพอากาศ เซ็นเซอร์รันเวย์ และสั่งการทีมงานได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เวลาพัฒนาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เปลี่ยนภาพจากการตั้งรับปัญหาเป็นการทำงานเชิงรุก ช่วยลดทั้งต้นทุนและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมหาศาล
บทสรุปสำหรับผู้นำภาคอุตสาหกรรม
ข้อความสำคัญจากเวทีนี้ถือเป็นการกระตุกต่อมความคิดของเหล่าผู้บริหารและ CIO อย่างแท้จริง การเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุค AI ไม่ใช่แค่การประเมินว่าซอฟต์แวร์ตัวไหนเก่งกว่ากัน แต่มันคือ “การทดสอบโมเดลการทำงานขององค์กร” ผู้ให้บริการระบบ ERP อย่าง SAP เองก็กำลังเปลี่ยนผ่านจากการขายแค่ฟีเจอร์ มาเป็นการผลักดันให้องค์กรสร้าง “Clean Core” หรือระบบแกนหลักที่สะอาดและเป็นมาตรฐาน เพราะท้ายที่สุดแล้ว รากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งคือตั๋วเบิกทางเพียงใบเดียว ที่จะทำให้ AI สามารถแทรกซึมและเร่งสปีดการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
ที่มา: https://erp.today/sap-sapphire-2026-ai-readiness-data-clean-core/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






