ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบ นโยบาย ESG เพราะปัจจุบันภาคขนส่งและโลจิสติกส์สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 10% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก ล่าสุด DP World ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ได้เปิดตัว EcoRoute แพลตฟอร์มที่ผสานรวมเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความยืดหยุ่น และลดการปล่อยมลพิษในระบบซัพพลายเชนเพื่อแก้ปัญหานี้

ความท้าทายหลักของธุรกิจโรงงานคือการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ความเร็ว และความยั่งยืน EcoRoute นำเสนอการทำ Network Optimisation โดยใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจและยกระดับเชิงปฏิบัติการดังนี้
- Logistics Control Tower: การนำร่องใช้งานระบบศูนย์ควบคุมในแอฟริกา ช่วยผู้ค้าปลีกรายใหญ่เพิ่มปริมาณการขนส่งได้ถึง 45% โดยขยายจำนวนฝูงรถเพิ่มเพียง 5%
- Vehicle Utilisation: อัตราการใช้ประโยชน์จากยานพาหนะพุ่งสูงถึง 88% สะท้อนการดึงศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการเพิ่มความทนทานและความยืดหยุ่นให้เครือข่าย
ทั้งนี้EcoRoute สนับสนุนการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปจนถึงการใช้ระบบขนส่งทางเลือกและยานยนต์ไฟฟ้า โดยในเส้นทางระหว่างเชนไน-โกลกาตา DP World สามารถช่วยองค์กรลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 78% จากการเปลี่ยนการขนส่งทางถนนแบบดั้งเดิม ไปสู่ระบบรางและเรือขนส่งชายฝั่งแบบผสมผสานซึ่งช่วยกดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ต่ำลงและเพิ่มความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้า
ขณะเดียวกันองค์กรภาคการผลิตสามารถลดการปล่อยก๊าซ Scope 3 ภายในซัพพลายเชนของตนเองได้โดยตรง แทนที่จะพึ่งพาเพียงการซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชย โดยในช่วงปี 2025 โครงการที่ Southampton และ London Gateway สามารถสร้างคาร์บอนอินเซ็ตที่ผ่านการตรวจสอบแล้วกว่า 9,400 ตัน จากการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า 257,000 TEU
เพื่อการบริหารจัดการเครือข่ายระดับสากล องค์กรจำเป็นต้องมี Visibility ที่ชัดเจนตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยEcoRoute ได้ผสานรวมเครื่องมือคำนวณการปล่อยคาร์บอนที่ขับเคลื่อนโดย EcoTransIT World และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14083 ทั้งยังโปร่งใสด้านข้อมูลแบบ End-to-End ครอบคลุมการขนส่งหลายโหมด ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นรอยรั่วและโอกาสในการลดมลพิษได้ในทุก ๆ จุดของซัพพลายเชน
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







