เบื้องหลังเสื้อผ้าสวยๆ ที่เราสวมใส่ รู้หรือไม่ว่ากระบวนการผลิตสิ่งทอ โดยเฉพาะโรงงานทอผ้าและโรงย้อมสี คือตัวการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งหมด การเปลี่ยนโรงงานเหล่านี้ให้มาใช้ “พลังงานสะอาด” จึงเป็นทางออกที่เห็นผลเร็วและขยายสเกลได้ดีที่สุด แต่ปัญหาในโลกความจริงคือ โรงงานซัพพลายเออร์หลายแห่งอยากทำแต่ทำไม่ได้ เพราะติดอุปสรรคเรื่องความซับซ้อนของตลาด ขาดแคลนทรัพยากร และสับสนกับข้อเรียกร้องที่หลากหลายจากลูกค้าแต่ละแบรนด์ที่เข้ามาสั่งผลิต

เพื่อทลายกำแพงนี้ สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่นอย่าง Levi Strauss และ Marks & Spencer (M&S) จึงได้จับมือกับ Schneider Electric ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เปิดตัวโปรเจกต์แนวร่วมที่ชื่อว่า “Fashion Renewable Collaborative (FRC)”
โปรเจกต์ FRC ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับโรงงานในซัพพลายเชน โดยไม่ได้มาเพื่อสั่งการ แต่มาเพื่อสนับสนุนเครื่องมือและความรู้แบบครบวงจร ได้แก่:
- ปรับพื้นฐานความรู้: มีระบบการเรียนรู้ดิจิทัล เพื่อให้ผู้ผลิตเข้าใจแนวทางของพลังงานทางเลือก
- ชี้เป้าและช่วยจัดหา: ให้คำปรึกษาในการเข้าถึงและจัดซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA), การขอใบรับรอง (EACs) ไปจนถึงการติดตั้งระบบผลิตและกักเก็บพลังงานหน้างาน
- ติดตามผลด้วยเทคโนโลยี: Schneider Electric จะนำระบบ Resource Advisor+ มาช่วยประเมินความพร้อมและมอนิเตอร์ความคืบหน้าของแต่ละโรงงานอย่างเป็นระบบ
คุณ Jennifer DuBuisson จาก Levi Strauss และคุณ Katharine Beacham จาก M&S มีมุมมองที่ตรงกันว่า วิธีที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก้าวไปสู่ Net Zero ได้จริงตามเป้าหมาย (เช่น เป้าปี 2040 ของ M&S) คือการต้องลงไปช่วยซัพพลายเออร์ให้ข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้ง่ายที่สุด ซึ่งการตั้งกลุ่มความร่วมมือแบบนี้จะช่วยให้ซัพพลายเออร์ทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องเจอความซ้ำซ้อนจากนโยบายที่ต่างกันของแต่ละแบรนด์
นอกจากนี้ FRC ยังต่อยอดมาจากฐานข้อมูลซัพพลายเออร์กว่า 500 แห่งของทั้งสองแบรนด์ และกำลังเปิดประตูเชิญชวนแบรนด์แฟชั่นอื่นๆ ให้ก้าวเข้ามาร่วมวงด้วยกัน เพื่อเร่งสปีดให้ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







