เมื่อลูกค้าสั่งของปุ๊บ ก็อยากได้ของปั๊บ แบรนด์กีฬาระดับโลกอย่าง PUMA จึงต้องเร่งสปีดระบบหลังบ้านให้ไวและแม่นยำขึ้น ล่าสุดได้ขยายความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์อย่าง Maersk ให้เข้ามาช่วยบริหารจัดการเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าในอเมริกาเหนือแบบเต็มตัว เพื่อยกระดับความเร็วในการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าทุกช่องทาง

งานนี้ Maersk จะเข้ามาดูแลคลังสินค้าขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง (ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, แอริโซนา และอินดีแอนา) พื้นที่รวมกว่า 2.3 ล้านตารางฟุต ซึ่งความเจ๋งคือคลังเหล่านี้ไม่ได้ใช้แค่คนเดินหาของ แต่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูงที่เรียกว่า AutoStore
ระบบ AutoStore คือการใช้ “หุ่นยนต์” วิ่งหยิบสินค้าที่ถูกจัดเก็บแบบกล่องคิวบ์อัดแน่นในแนวตั้ง แล้วส่งตรงถึงมือพนักงานที่จุดแพ็คของโดยอัตโนมัติ ระบบนี้ช่วยลดเวลาที่พนักงานต้องเดินหาของไกลๆ ลดความผิดพลาด และใช้พื้นที่ในคลังสินค้าได้คุ้มค่าสุดๆ ผลลัพธ์คือ PUMA สามารถจัดการออเดอร์ได้ไหลลื่น ไม่ว่าจะเป็นการส่งของเติมหน้าร้าน ส่งให้ลูกค้าขายส่ง หรือแพ็คส่งสายช้อปออนไลน์ ก็ทำได้รวดเร็วทันใจ
การจับมือครั้งนี้ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ “วิน-วิน” ทั้งสองฝ่าย เพราะ PUMA ได้ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมารีดประสิทธิภาพเครื่องจักร ลดต้นทุน และจัดการซัพพลายเชนให้ยืดหยุ่นขึ้น ในขณะเดียวกัน Maersk เองก็สามารถนำพื้นที่และกำลังการผลิตที่เหลือในคลังอัจฉริยะแห่งนี้ (โดยจะเริ่มที่สาขาแคลิฟอร์เนียในปี 2027) ไปเปิดให้บริการกับลูกค้าแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องการระบบโลจิสติกส์ความเร็วสูงได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นการลงทุนเทคโนโลยีครั้งเดียว แต่ดึงศักยภาพมาใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







