Rivian, Ford และ GM เร่งเครื่องขยายการใช้งาน 3D Printing สู่สายการผลิต หวังลดต้นทุน ย่นเวลาขึ้นรูปชิ้นส่วนจากสัปดาห์เหลือระดับชั่วโมง

เทคโนโลยี Additive Manufacturing หรือ 3D Printing กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือขึ้นรูปชิ้นงานต้นแบบ สู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญบนสายการผลิตยานยนต์ระดับอุตสาหกรรม โดยบิ๊กเนมอย่าง Rivian, Ford และ GM เดินหน้ากระจายการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3D ทั่วทั้งองค์กร เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านซัพพลายเชน ลดต้นทุนการขึ้นรูปอุปกรณ์และเร่งความเร็วในการส่งมอบชิ้นส่วนอย่างเป็นรูปธรรม

Rivian ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกัน ลงทุนในเครื่องพิมพ์ 3D ไปแล้วมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมงบประมาณด้านวัสดุการพิมพ์อีกราว 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมุ่งเป้าให้วิศวกรทุกคนเข้าถึงเครื่องมือนี้ได้โดยตรงเพื่อให้สามารถผลิตชิ้นงานทดสอบหรือชิ้นส่วนที่ต้องการได้ทันที โดยเครื่องพิมพ์ 3D สามารถสร้างจุดคุ้มทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี จากการลดต้นทุน Tooling ของซัพพลายเออร์ และลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์

อีกทั้งยังลดรอบเวลาในการผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางจากเดิมที่ต้องรอนานหลายสัปดาห์ ให้เหลือเพียงไม่กี่วันหรือระดับชั่วโมง โดยการใช้งานนั้นครอบคลุมตั้งแต่วัสดุยางซิลิโคน ชิ้นส่วนตกแต่งตัวถัง ตัวประคองสกรูในกระบวนการปั๊มขึ้นรูป ไปจนถึงโมเดลจำลองมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับทดสอบการไหลของของเหลว

ด้าน Ford ปรับโมเดลการใช้งานในโรงงานประกอบรถยนต์ โดยตั้งแผนก Additive Manufacturing ประจำโรงงาน และนำร่องติดตั้งตู้จ่ายชิ้นส่วน 3D-printed แบบอัตโนมัติที่โรงงานผลิตกระบะ F-150 ในมิชิแกน ช่วยให้หัวหน้าทีมในสายการผลิตเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นได้ทันทีโดยไม่ต้องสต็อกของล้นห้องทดลอง

นอกจากนี้ พนักงานยังสามารถสั่งพิมพ์เครื่องมือเฉพาะทางผ่านแอปพลิเคชัน เช่น ข้อต่อบล็อกขันแรงบิด หรืออุปกรณ์ช่วยรีดกาว โดย Ford วางเป้าหมายขยายศูนย์ปฏิบัติการ 3D Printing ครอบคลุมมากกว่า 23 โรงงานทั่วโลก พร้อมเครื่องพิมพ์รวมกันมากกว่า 200 เครื่อง ทั้งยังใช้ชิ้นส่วน 3D Printing เป็นอะไหล่ทดแทนชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้สายการผลิตหลักต้องหยุดชะงักระหว่างรออะไหล่จริงจากซัพพลายเออร์

ในฝั่ง GM มีการติดตั้งเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมระดับสูงจาก Stratasys เพื่อผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์รุ่นพิเศษ โดยโมเดลเรือธงอย่าง Cadillac Celestiq มีการใช้งานชิ้นส่วนที่มาจากการพิมพ์ 3 มิติถึง 135 ชิ้น รวมถึงตราสัญลักษณ์บนหัวเกียร์ธรรมดาของ Cadillac Blackwing

การพัฒนาคุณสมบัติของวัสดุ ทั้งพลาสติกวิศวกรรม คอมโพสิต เซรามิก และโลหะ ทำให้ 3D Printing ขยับจากเครื่องมือทดลองสู่มาตรฐานการผลิตจริง การที่ค่ายรถยนต์ระดับโลกขยายการใช้งานในสเกลระดับนี้ สะท้อนชัดเจนว่าเทคโนโลยี Additive Manufacturing ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับงาน R&D อีกต่อไป แต่เป็นหัวใจหลักในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและการบริหารต้นทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่

ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/10/31/automakers-3d-printing-ford-rivian-gm.html

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

ความเชื่อมั่นที่ผู้นำเลือกใช้: อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ เลือก Production Printing จากแคนนอน ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน [PR]

ธุรกิจสิ่งพิมพ์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ยอดพิมพ์จำนวนมาก แต่เป็นเรื่องของคุณภาพงานพิมพ์ รวมถึงขีดความสามารถด้านเทคนิคการพิมพ์ที่หลากหลายและการส่งมอบงานได้ตามกำหนดเวลา ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แคนนอน (CANON) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับโปรดักชันพร้อมโซลูชันการทำงานแบบครบวงจร ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มโรงพิมพ์ชั้นนำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงบริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการผลิตสื่อและคอนเทนต์ครบวงจรของเมืองไทย ซึ่งได้ทำการติดตั้งเครื่องพิมพ์ Canon …

SoftBank เล็งทุ่ม 5 หมื่นล้านเหรียญ ปักหมุดมาเลเซียขึ้นแท่นฮับ AI และ Data Center แห่งเอเชีย

SoftBank ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เดินหน้าเจรจาแผนลงทุนมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศมาเลเซีย เน้นการสร้าง AI Infrastructure และ Data Center หวังใช้มาเลเซียเป็นสปริงบอร์ดขยายสเกลระบบประมวลผล AI ทั่วภูมิภาคเอเชีย ต่อเนื่องจากการบุกสหรัฐฯ …