การแปรรูปดิจิทัลและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล มีความสำคัญต่อผู้ผลิตสินค้าคงทนในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน

อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าคงทน (durable goods) กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยปัจจัยหลายประการ ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงการนำเทคโนโลยี Industry 4.0 มาใช้, ระดับผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น, ข้อมูลประชากรเปลี่ยนแปลง และกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ดังนั้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผู้ผลิตต้องยอมรับการแปรรูปทางดิจิทัล

ปัจจัยหลัก 5 ประการ ที่บ่งบอกถึงความสำคัญของการจัดลำดับการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้นำฝ่ายไอทีในอุตสาหกรรม (CNW Group/Info-Tech Research Group)

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ IoT (Internet of Things) และแนวปฏิบัติในการรวบรวมข้อมูล ได้เพิ่มความท้าทายในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพื่อแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้ Info-Tech Research Group ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านไอทีระดับโลก ได้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง Operationalize Data Privacy for Durable Goods Manufacturing เพื่อช่วยผู้นำด้านอุตสาหกรรมสามารถบูรณาการเข้ากับมาตรการความเป็นส่วนตัว และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

Alan Tang ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักของ Info-Tech Research Group กล่าวว่า — “การนำเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น การเรียนรู้ของเครื่อง และปัญญาประดิษฐ์ ไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตนั้น มีความต้องการข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูล” “ผู้ผลิตจำนวนมากขาดความเชี่ยวชาญในการจัดการความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลอย่างมีประสิทธิผล บริษัทผู้ผลิตสินค้าคงทนต้องปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนไปในอุตสาหกรรมของพวกเขา และเปิดรับการแปรรูปทางดิจิทัล ในขณะเดียวกัน ก็ต้องจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การทำเช่นนี้จะทำให้พวกเขาสามารถแข่งขันได้ และส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของพวกเขา”

การวิจัยของ Info-Tech ชี้ให้เห็นว่า ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต โดยที่ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ปรากฏขึ้นเป็นประเด็นด้านความเสี่ยงที่มีความเด่นชัดมาก จึงเป็นที่เรียกร้องความสนใจได้ในทันที อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะมีความสำคัญ แต่แผนกไอทีมักเผชิญกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประสิทธิผลในการจัดการความเสี่ยง เนื่องจากมีการแตกแยกกันกันทางประวัติศาสตร์ของการอภิปรายถึงประเด็นความเสี่ยงในภาคส่วนนี้ ปัญหานี้ยังมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นมาอีก นั่นคือ ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ตึงเครียด และความท้าทายในการสรรหาและการคงไว้ซึ่งทักษะในระดับสูง การรวมกันของปัจจัยเหล่านี้เผยให้เห็นถึงการขาดความเชี่ยวชาญอย่างมากของบรรดาผู้ผลิตในการจัดการกับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลให้มีประสิทธิผล

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงระดับความต้องการที่มีความสำคัญของบริษัทผู้ผลิตสินค้าคงทนในการรักษาความมั่นคงและการเฝ้าตรวจสอบกลไกการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขา รวมถึงการตรวจสอบประเภทข้อมูลที่พวกเขาเก็บรวบรวม จุดประสงค์ และที่จัดเก็บในท้ายที่สุด ซึ่งแหล่งที่มาของอุตสาหกรรมใหม่นี้ Info-Tech ได้อธิบายด้วยว่า เหตุใดความเป็นส่วนตัวจึงมีความจำเป็นสำหรับองค์กรเหล่านี้ ซึ่งได้แก่

ภาระผูกพันทางกฎหมาย — การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับความเป็นส่วนตัว อาจส่งผลให้ได้รับบทลงโทษทางกฎหมายอย่างร้ายแรง ความรับผิด ค่าปรับ และผลที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ

ความไว้วางใจของลูกค้า — องค์กรการผลิตสินค้าคงทนอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกค้า เช่น ชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดการชำระเงิน สิ่งสำคัญ คือ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลนี้ถูกรวบรวมและจัดเก็บในลักษณะที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

การเงิน — การละเมิดข้อมูลและการละเมิดความเป็นส่วนตัว อาจนำไปสู่การฟ้องร้องที่มีค่าใช้จ่ายสูง การจ่ายค่าเสียหายจำนวนมาก และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวด

ชื่อเสียง — หากองค์กรการผลิตสินค้าคงทนประสบกับการละเมิดความเป็นส่วนตัว อาจนำไปสู่การประชาสัมพันธ์เชิงลบ สูญเสียความไว้วางใจของลูกค้า และความเสียหายต่อชื่อเสียง สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การสูญเสียรายได้ และส่วนแบ่งการตลาดในที่สุด

การรักษาความปลอดภัยห่วงโซ่อุปทาน — องค์กรผู้ผลิตสินค้าคงทนอาจต้องปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้จัดหาหรือคู่ค้าของตน เพื่อป้องกันการหยุดชะงักหรือการละเมิดห่วงโซ่อุปทาน

Info-Tech ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องมือที่พร้อมนำไปปฏิบัติ เช่น นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ขั้นตอน และเวิร์กโฟลว์ โดยได้อธิบายไว้ในแหล่งที่มานั้นว่า เป้าหมายสูงสุด คือ การปลูกฝังสภาพแวดล้อมทางธุรกิจภายในภาคการผลิตสินค้าคงทนที่ให้ความสำคัญทั้ง ความมั่นคง และความเป็นส่วนตัว การทำเช่นนี้จะทำให้อุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้มากขึ้น แข็งแกร่ง และยืดหยุ่นได้

ที่มา: Info-Tech Research Group

About pawarit

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงาน Thai Cargo Expo 2027 (TCE) | 3-5 มีนาคม 2570 ณ ฮอลล์ EH100 ไบเทค บางนา|

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และการค้าข้ามพรมแดน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Thai Cargo Expo 2027 (TCE) เตรียมเปิดเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน และการขนส่งจากทั่วภูมิภาค ในการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชัน และโอกาสทางธุรกิจใหม่

Analog Devices ขยายฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ดันสัดส่วนทดสอบชิประดับโลกแตะ 50% กระจายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

อนาล็อก ดีไวเซส หรือ ADI ประกาศเปิดตัวฐานการผลิตขั้นสูงแห่งใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เดินหน้ากลยุทธ์ Hybrid Manufacturing กระจายความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางการทดสอบชิปที่รองรับกำลังการผลิตระดับโลกเพิ่มขึ้นเป็น 50%