อนาล็อก ดีไวเซส และ บีเอ็มดับบลิว กรุ๊ป ร่วมมือพัฒนา ระบบอีเธอร์เน็ต 10MB สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ รองรับการทำงานของยานยนต์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์

12 มีนาคม 2567— กรุงเทพฯ — อนาล็อก ดีไวเซส (Analog Devices, Inc) และ บีเอ็มดับบลิว กรุ๊ป (BMW Group) ได้ประกาศถึงการนำ E²B™ ซึ่งเป็นเป็นเทคโนโลยีการส่งข้อมูลผ่านระบบอีเธอร์เน็ต (Ethernet to the Edge (EB) bus technology) 10BASE-T1S ของ ADI มาเริ่มใช้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ การเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตในยานยนต์เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยในการออกแบบสถาปัตยกรรมในยานยนต์ (zonal architectures) เพื่อรองรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมนี้ เช่น ยานพาหนะที่ใช้ซอฟท์แวร์ในการควบคุมและจัดการ ซึ่ง BMW Group จะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) ชั้นนำที่จะใช้เทคโนโลยีนี้ โดยใช้ประโยชน์จาก E²B ของ ADI สำหรับการออกแบบระบบไฟในห้องโดยสารในรถยนต์ของ BMW Group ในอนาคต

ADI ได้เริ่มทำงานอย่างใกล้ชิดกับ BMW Group ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ในการนำแนวคิดใหม่ที่จะช่วยลดความซับซ้อนในการนำเทคโนโลยี Ethernet to the Edge มาใช้ ซึ่งในขณะเดียวกันคณะทำงาน IEEE802.3cg ซึ่งมี ADI และ BMW Group รวมถึงบริษัทอื่นๆ เข้าร่วมอยู่ด้วยนั้น กำลังกำหนดมาตรฐานอีเธอร์เน็ต 10Mbps ใหม่ที่เรียกว่า 10BASE-T1S และโดยการใช้เทคโนโลยี 10BASE-T1S E²B ของ ADI เพื่อถอดไมโครคอนโทรลเลอร์ออกและย้ายซอฟต์แวร์จาก edge node ไปยัง CPU เทคโนโลยีดังกล่าว จะทำให้ BMW Group จะสามารถใช้ all-hardware edge node เพื่อลดงานด้านพัฒนาและตรวจสอบซอฟท์แวร์ลง  

“ในขณะที่ทำงานร่วมกับ ADI บน 10BASE-T1S E²B เราได้เข้าร่วมในการพิจารณาประเด็นสำคัญหลายประการ ตั้งแต่การปรับใช้งานให้ง่ายขึ้น ไปจนถึงการวิเคราะห์ต้นทุนและการสนับสนุนการออกแบบ ความร่วมมือกับ ADI ช่วยให้เราสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยโซลูชันสำหรับยานยนต์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์” BMW Group กล่าว

ยาสมิน คิง รองประธานฝ่ายประสบการณ์ห้องโดยสารยานยนต์ ADI กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับ BMW Group อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจถึงความต้องการใหม่ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับสถาปัตยกรรมรุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการสร้างมาตรฐาน และ 10BASE-T1S E²B จะเป็นเทคโนโลยีเสริมใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ networking และ connectivity สำหรับยานยนต์ของเรา ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนรองรับการใช้งานที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่น และปรับใช้งาน เพื่อรองรับ Zonal architecture โดเมน และไฮบริด”

ประสบการณ์ในห้องโดยสารยังคงเป็นส่วนที่ผู้ผลิตรถยนต์ให้ความสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบแสงภายในรถ

อย่างไรก็ตาม โซลูชันระบบแสงสว่างจำนวนมากในปัจจุบันมีความซับซ้อนในการใช้งาน ใช้เทคโนโลยีแบบเดิม และยากต่อการปรับและอัปเดตเมื่อจำนวน LED ที่รองรับเพิ่มขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จาก 10BASE-T1S พร้อมเทคโนโลยี E²B ผู้ผลิต OEM จะสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ระบบแสงสว่างที่ควบคุมโดยซอฟท์แวร์จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น การอัพเกรดที่ง่ายดาย และความสะดวกในการใช้งาน

ยาสมิน กล่าวเสริมว่า “แนวทางการเชื่อมต่อแบบ Edge นี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก ซี่งทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ภายใน Open Alliance (opensig.org) กำลังตั้งเป้าที่จะสร้างมาตรฐานโซลูชันที่คล้ายกัน และ ADI พร้อมด้วย BMW Group และบริษัทอื่นๆ กำลังร่วมมืออย่างแข็งขันกับอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการนำมาตรฐานแบบเปิดไปใช้”

About pawarit

Check Also

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค