การ์ทเนอร์ชี้ CIO ต้องรักษาสมดุลระหว่าง “คำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม” และ “ความเสี่ยงของ AI”

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 28 พฤศจิกายน 2566 — การ์ทเนอร์เผยประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ต้องสมดุลกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลที่เกิดตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากฮาร์ดแวร์ โมเดลการฝึกและการใช้พลังงาน โดย CIO สามารถใช้ความรู้และรากฐานดิจิทัลของตนมาสนับสนุนความพยายามในการเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนขององค์กรเมื่อเริ่มนำ AI มาใช้

เบตติน่า แทรทซ์ ไรอัน รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “จากการสำรวจความคิดเห็นของการ์ทเนอร์กับผู้บริหารระดับซีอีโอในปี 2566 พบว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญติด 10 อันดับแรก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการทำสำรวจ ท่ามกลางแรงกดดันที่ CIO ได้รับเพิ่มขึ้นจากผู้บริหาร ลูกค้า พนักงาน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลในการริเริ่มหรือปรับปรุงโครงการไอทีเพื่อความยั่งยืน”

“64% ของ CEO ระบุว่าการผสมผสานการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กร เช่น การนำ AI มาปรับใช้งานและการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสสร้างการเติบโต โดย CIO ควรใช้ปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นในการสร้างความเป็นผู้นำมากยิ่งขึ้นผ่านการดำเนินกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืนและใช้ความยั่งยืนเป็นแพลตฟอร์มสร้างการเติบโต”

สำหรับ CIO ส่วนใหญ่ มองว่าการส่งมอบบริการดิจิทัลเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับและความต้องการ อันหมายถึงการยึดตามหลัก KPI ทางธุรกิจต่าง ๆ เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์หรือปริมาณการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องของวิธีการที่บรรดา CIO ใช้วางรากฐานดิจิทัล หรือจัดสรรผลประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อรองรับตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขององค์กร พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนแบบยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เหนือสิ่งอื่นใดแม้ธุรกิจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ CIO เองก็ควรเตรียมวางรากฐานดิจิทัลให้พร้อมสำหรับความยั่งยืน” แทรทซ์ ไรอัน กล่าวเพิ่มเติม 

เพื่อให้มีความพร้อมด้านความยั่งยืนและนำไปใช้ได้กับระบบคลาวด์และการจัดเก็บข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน รวมถึงเส้นทางของข้อมูลทางธุรกิจที่ตรวจสอบได้ตลอดเส้นทางหรือ เธรดดิจิทัล ที่เป็นการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเสมือนระหว่างวัตถุ อุปกรณ์ และผู้ใช้ และการนำ AI มาใช้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

พิจารณาเปรียบเทียบประโยชน์จาก AI กับความเสี่ยงและความท้าทายต่อสิ่งแวดล้อม

แม้ว่า 78% ของ CEO จะระบุว่าประโยชน์ของ AI นั้นมีมากกว่าความเสี่ยง แต่ด้วยจำนวนองค์กรที่นำ AI มาใช้เพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้งาน Generative AI (GenAI) กำลังนำไปสู่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มตามมา

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า AI จะบริโภคพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 3.5% ของปริมาณไฟฟ้าในโลกภายในปี พ.ศ. 2573 

ปีเตอร์ เดน ฮาเมอร์ รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “AI บริโภคพลังงานไฟฟ้าและน้ำอย่างมหาศาล ซึ่งผลกระทบเชิงลบนี้ควรได้รับการจัดการ โดยผู้บริหารควรตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นจาก AI และใช้มาตรการลดผลกระทบอย่างจริง ๆ จัง ๆ อาทิ ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นอย่างแรก” 

การ์ทเนอร์ระบุผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงได้ 70% – 90% เมื่อเทียบกับการใช้ห้องเซิร์ฟเวอร์แบบเดิม หรือการเป็นเจ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดกลาง

อย่างไรก็ตาม AI ไม่ใช่วายร้ายต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้วฟุตพริ้นท์ของ AI นั้นถูกบดบังด้วยการใช้ศักยภาพของ AI เพื่อเสริมโครงการด้านความยั่งยืนมากมาย

“สิ่งนี้จะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อผู้นำธุรกิจและผู้นำไอทีเริ่มต้นและส่งเสริมผลงานโครงการ AI แบบเชิงรุก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล หรือ ESG ขององค์กรของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น AI สามารถใช้คาดการณ์ความต้องการได้แม่นยำ และลดการใช้วัตถุดิบและลดพลังงานในการผลิต” เดน ฮาเมอร์ กล่าว

“โดยรวมแล้ว หากใช้ AI อย่างถูกวิธีและมุ่งเน้นไปที่เคสการใช้งานที่ถูกต้อง AI จะสามารถช่วยบริษัทลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ปรับต้นทุนให้มีความเหมาะสม และขับเคลื่อนการเติบโตต่อไปได้”

ติดตามข่าวสารและข้อมูลอัปเดตจาก Gartner for IT Executives ได้ทาง X และ LinkedIn โดยติดแฮชแท็ค #GartnerIT หรือเยี่ยมชม IT Newsroom สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่องค์กรสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริงและมีความเป็นกลาง ช่วยขับเคลื่อนการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดลำดับความสำคัญของภารกิจองค์กร สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gartner.com

About pawarit

Check Also

ครบรอบ 4 ปี สคส. ยกระดับ PDPA ไทยสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล”วางเป้า “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” รับยุค AI สร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้ [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC จัดงานครบรอบ 4 ปีแห่งการสถาปนาองค์กร ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบนโยบายส่งสัญญาณเดินหน้ายกระดับการบังคับใช้กฎหมาย PDPA สู่บทบาทใหม่ ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล” ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” …

VST ECS (Thailand) จับมือ AGIBOT เปิดตัวความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขับเคลื่อนอนาคตผ่าน Embodied AI

บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป    ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึก AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน Embodied AI มุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะควบคู่กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจและทรานส์ฟอร์มองค์กรเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ภายใต้แนวคิด “Embodied AI” ที่จะเชื่อมโยงความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ (AI) …