จากการสำรวจผู้นำด้าน Software Engineering และ Application Development จำนวน 300 โดย Gartner การบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจติดอันดับ 1 ใน 3 เป้าหมายด้านประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับ 65% ของจำนวนผู้จัดการฯ การลงทุนในเทคโนโลยีสามารถพลิกโฉมให้สามารถจัดเตรียมทีมของตนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการผลิต ความยั่งยืน และการเติบโตได้

5 เทรนด์ด้าน “Software Engineering” สำหรับปี 2567 ดังนี้
1. Software Engineering Intelligence
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2570 : 50% ขององค์กรด้าน Software Engineering จะใช้แพลตฟอร์ม Software Engineering Intelligence เพื่อวัดผลและเพิ่มผลผลิตของนักพัฒนา ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 5% ในปัจจุบันที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว แพลตฟอร์ม Software Engineering Intelligence ช่วยให้ผู้นำด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์เข้าใจว่าทำไมผลิตภัณฑ์บางอย่างถึงประสบปัญหา
2. AI-Augmented Development
จากการสำรวจของ Gartner พบว่า 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าองค์กรของพวกเขากำลังใช้หรือวางแผนที่จะใช้ generative AI ในอีก 12 เดือนข้างหน้าเพื่อควบคุมหรือลดต้นทุน โดนมองว่า มีข้อดีหลายประการในการใช้ AI ในวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิภาพ และช่วยให้การสร้างโค้ดเร็วขึ้นโดยให้ความช่วยเหลือในการเขียนโค้ดด้วยตนเอง AI จะสามารถกำจัดความซับซ้อนให้กับงานเขียนโค้ดได้
3. Green Software Engineering
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2570 : 30% ขององค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกจะนำข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของซอฟต์แวร์มาใช้ เพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 10% ในปีนี้ และไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนา AI เท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องของต้นทุนที่สูงกว่า 20 เท่า เนื่องจากมีพลังในการประมวลผลมากกว่า ซึ่งหมายความว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง
การเลือกภาษาการเขียนโปรแกรมยังส่งผลต่อความยั่งยืน บางภาษาก็ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าภาษาอื่น ๆ รวมถึงต้นทุนการใช้ ChatGPT 3.5 กับ 4.0 มีความแตกต่างอย่างมากในปัจจุบัน
4. Platform Engineering
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2569 : 80% ขององค์กรด้าน Software Engineering ขนาดใหญ่จะจัดตั้งทีม Platform Engineering เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปี 2565 การเขียนโค้ดเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของบทบาทของนักพัฒนา ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ เช่น รักษาสภาพแวดล้อมให้ทำงาน งานการกำหนดค่า และอื่น ๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะมีทีม Platform Engineering ที่จะนำงานบางส่วนออกจากเพลตของนักพัฒนา เพื่อให้พวกเขาสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมาพร้อมกับเอฟเฟกต์การปรับขนาดที่อาจเกิดขึ้นได้
5. Cloud Development Environments
การพัฒนาบนระบบคลาวด์เพิ่มความคล่องตัวช่วยให้สามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อมการพัฒนาได้จากระยะไกลและมีความพร้อมใช้งาน โดยที่ใช้ความพยายามในการตั้งค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งรวมไปถึงเอกสารประกอบและนโยบายที่ถูกสร้างไว้แล้ว สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับ software as a service (SaaS) และ cloud-based กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นหลังจากองค์กรส่วนใหญ่ตระหนักดีว่าสามารถวางกลไกการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมทั้งหมดไว้ได้
สรุป : การใช้เทคโนโลยีทั้ง 5 เทรนด์ที่กล่าวมานี้ เพื่อให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็เป็นมิตรกับคาร์บอนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








