GM เตรียมเลิกจ้าง Software Engineers มากกว่า 1,000 คน เพื่อปรับโครงสร้างซอฟต์แวร์และบริการใหม่

สัดส่วนการเลิกจ้าง Software Engineers มากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้บริษัทเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และบริการที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ โดย GM หวังว่าบริการใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อลูกค้ากับสถานีชาร์จ เนื้อหาดิจิทัล และธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับรถยนต์ในอนาคตเพียงอย่างเดียว จะช่วยเพิ่มรายได้ต่อปีได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยแหล่งข่าวเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า GM กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์ในรถยนต์ที่ควบคุมระบบพื้นฐานของรถยนต์ได้มากขึ้น จึงต้องการปรับปรุงโครงสร้างซอฟต์แวร์และบริการของบริษัทฯ

  • GM กล่าวในแถลงการณ์ยืนยันการเลิกจ้างโดยไม่ได้ระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบกี่คน GM ปฏิเสธที่จะระบุว่าการเลิกจ้างดังกล่าวจะส่งผลให้พนักงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์โดยรวมลดลงเท่าใด
  • GM ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ในรถยนต์ที่ควบคุมระบบพื้นฐานของรถยนต์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการแบตเตอรี่ พฤติกรรมการขับขี่ ไปจนถึงการแสดงเนื้อหาภายในรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของบริษัทฯ

การผลักดันให้บริษัทเข้าสู่ตลาดซอฟต์แวร์ใหม่ยังสร้างปัญหาให้กับ GM อีกด้วย บริษัทได้ระงับการขายรถยนต์ SUV ไฟฟ้า Chevrolet Blazer ชั่วคราว และประสบปัญหากับ Cadillac Lyriq EV ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ อย่างไรก็ตาม หลังแถลงการณ์หุ้นของ GM ไม่ได้มีการเปลี่ยนใดมากนัก

ที่มา : https://www.itprotoday.com/software-development/gm-to-cut-more-than-1-000-software-engineers-mostly-in-us

About pawarit

Check Also

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค