Honda และ Infineon ลงนามใน MoU ร่วมกัน เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์สำหรับยานยนต์

Honda เลือก Infineon เป็นพันธมิตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อปรับแผนงานด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีในอนาคต นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังตกลงที่จะหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพด้านอุปทานในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ร่วมกัน และทำงานร่วมกันในโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นไปที่สถาปัตยกรรมใหม่ออกสู่ตลาด

Infineon Technologies AG เป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดในเยอรมนี บริษัทถูกแยกตัวออกจาก Siemens AG ในปี 1999 Infineon มีพนักงานประมาณ 58,600 คน และเป็น 1 ใน 10 ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2023 มียอดขาย 16,309 ล้านยูโร จากการทำตลาดเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์และระบบสำหรับภาคยานยนต์ อุตสาหกรรม และตลาดหลากหลาย รวมถึงชิปการ์ดและผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัย

Infineon จะสนับสนุน Honda ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงด้านยานพาหนะ โดยสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับ power semiconductors ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และ E/E architectures ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันในแนวคิดสถาปัตยกรรมใหม่

การลงนามใน MoU เพื่อเป็นพันธมิตรด้านเซมิคอนดักเตอร์สำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Infineon กับ Honda จะทำให้มีการกระชับความร่วมมือที่ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีกเป็นการยืนยันถึงมูลค่าเพิ่มที่สร้างขึ้นเพื่อแนวคิดสถาปัตยกรรมใหม่ และในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจในการมีส่วนร่วมในความสำเร็จร่วมกันในอนาคต

ที่มา : https://www.eetasia.com/infineon-and-honda-to-collaborate-on-automotive-semiconductor-solutions/

About pawarit

Check Also

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค