การใช้ระบบ ERP ในการบริหารจัดการธุรกิจนั้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม และ Tatsuno ผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ก็เติบโตอย่างมั่นคงด้วยระบบ ERP เช่นกัน
ในบทความนี้ ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณวิชาญ ประทานวงศ์ ผู้จัดการโรงงาน และผู้จัดการทั่วไป แห่ง Tatsuno ถึงการตัดสินใจเลือกใช้ IFS Applications จาก Alphast ในฐานะระบบ ERP สำหรับการบริหารธุรกิจทั่วทั้งองค์กรมากว่า 10 ปี เพื่อเตรียมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมพลังงานสำหรับยานพาหนะทั่วไทย ที่กำลังเกิดสมดุลใหม่จากน้ำมันสู่พลังงานไฟฟ้า และอาจก้าวไปสู่พลังงานไฮโดรเจนในอนาคต

รู้จัก Tatsuno ผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันรายเดียวในประเทศไทย และกำลังขยายตลาดสู่ผู้ผลิตจุดชาร์จรถ EV

คุณวิชาญเล่าถึงจุดกำเนิดของ Tatsuno เมื่อ 37 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างไทยและญี่ปุ่น ด้วยวิสัยทัศน์ในยามนั้นว่าปั๊มน้ำมันจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการคมนาคมทั่วประเทศ แต่ในยามนั้นประเทศไทยมีผู้นำเข้าตู้จ่ายน้ำมันน้อยมาก Tatsuno จึงต้องการที่จะรุกตลาดในประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงตัดสินใจที่จะสร้างโรงงานผลิตตู้จ่ายน้ำมันในไทยเพื่อตอบรับความต้องการนี้ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ Tatsuno ได้กลายเป็นโรงงานผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันเพียงรายเดียวในประเทศไทย และให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ, ผลิต, ติดตั้ง ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย ซึ่งก็ช่วยให้ Lead Time ในการส่งมอบตู้จ่ายน้ำมันนั้นรวดเร็วกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ มาโดยตลอด อีกทั้งยังมีศูนย์ให้บริการทั่วประเทศคอยสนับสนุนแก้ไขปัญหาในปั๊มน้ำมันได้ทุกแห่ง

ในเวลานั้น Tatsuno ก็ค่อยๆ เติบโตอย่างมั่นคง แต่ความต้องการของตู้จ่ายน้ำมันนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตามความนิยมของการใช้ยานพาหนะในประเทศไทย และการเกิดขึ้นของโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยจำนวนมาก ทำให้ Tatsuno นั้นต้องส่งมอบตู้จ่ายน้ำมันให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีปริมาณมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวเท่านั้นที่มีการใช้งานรถยนต์และยานพาหนะที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ตลาดยานยนต์ทั่วโลกนั้นก็เติบโตอย่างพุ่งทะยาน ทำให้ Tatsuno ได้ขยายตลาดไปสู่การส่งออกตู้จ่ายน้ำมันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง จนปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศนั้นก็มีมากถึง 40% เลยทีเดียว
ปัจจุบัน สินค้าและบริการของ Tatsuno นั้นก็มีด้วยกันหลากหลาย ดังนี้
- Dispenser ตู้จ่ายน้ำมัน
- EV Charger ตู้ชาร์จรถไฟฟ้า
- มือจ่ายน้ำมันและปลอกหุ้ม
- ระบบเซ็นเซอร์วัดน้ำมัน
- ระบบ POS จัดการปั๊มน้ำมันอย่างครบวงจร
ถ้าหากคุณกำลังพิจารณาทำธุรกิจปั๊มน้ำมันและจุดชาร์จ EV สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tatsuno ได้ที่ https://www.tatsuno.co.th/ หรือโทร 065-5034777
จากรถน้ำมันสู่ EV อนาคตยังต้องจับตารถไฮโดรเจน ในขณะที่ปั๊มน้ำมันเองต้องเปลี่ยนธุรกิจสู่การเป็นผู้มอบประสบการณ์แก่ลูกค้า
แม้ว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จะเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญจากรถน้ำมันสู่รถไฟฟ้า แต่ในมุมมองของ Tatsuno ที่วิเคราะห์จากลูกค้าทั่วโลกนั้นพบว่า ความต้องการในการใช้รถน้ำมันนั้นก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยความนิยมของรถน้ำมันและรถไฟฟ้านั้นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งโดยรวมแล้วถึงแม้การใช้รถน้ำมันจะลดลงบ้าง แต่รถน้ำมันก็ยังคงตอบโจทย์การใช้งานในหลายรูปแบบและยังคงจะไม่หายจากตลาดไปง่ายๆ

ทั้งนี้ Tatsuno เองก็ได้ใช้โอกาสที่รถไฟฟ้าหรือ EV กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในการพัฒนา EV Charger ขึ้นมาเป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งออกสู่ตลาด เพื่อให้ปั๊มน้ำมันมีทางเลือกในการให้บริการจุดชาร์จรถไฟฟ้าเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน Tatsuno เองก็ได้เล็งเห็นถึงการปรับตัวครั้งใหญ่ของเหล่าผู้ให้บริการปั๊มน้ำมันทั่วโลก ในการพลิกธุรกิจจากการให้บริการเพียงแค่การเติมน้ำมันหรือการชาร์จรถไฟฟ้า สู่การมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นแก่ผู้มาใช้บริการ ด้วยการให้บริการเสริมอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร, ร้านคาเฟ่, ร้านสะดวกซื้อ, จุดส่งพัสดุ และอื่นๆ อีกมากมาย มีความคล้ายคลึงกับห้างสรรพสินค้ามากยิ่งขึ้น แต่เข้าถึงง่ายและสะดวกสบายกว่า
แนวโน้มนี้เองทำให้ Tatsuno ตัดสินใจนำอีกหนึ่งนวัตกรรมการเติมน้ำมันที่ได้รับความนิยมสูงจากญี่ปุ่นมาทำตลาดในไทย ซึ่งก็คือ Non Space หรือปั๊มน้ำมันลอยฟ้า ที่ปั๊มน้ำมันบางจากสุขุมวิท 62 ได้นำมาใช้งานเป็นที่แรกของไทยแล้ว

แนวคิดของปั๊มน้ำมันลอยฟ้า คือการแยกส่วนองค์ประกอบของตู้จ่ายน้ำมันเดิม ให้มือจ่ายน้ำมันนั้นห้อยลงมาจากเพดาน และนำส่วนประกอบอื่นๆ ในตู้น้ำมันไปรวมไว้ในจุดเดียวกันแทน ทำให้พื้นที่บริการจ่ายน้ำมันนั้นดูโล่งสวยงาม สะอาดตาขึ้น และสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นให้กับปั๊มน้ำมันโดยรวม
คุณวิชาญเผยว่าแนวคิดของปั๊มน้ำมันลอยฟ้านี้จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ญี่ปุ่นใช้กันมาหลายสิบปีแล้ว แต่ที่ไทยเพิ่งจะเริ่มนำมาใช้งานกัน ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี และคุ้มค่าต่อผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน เพราะด้วยราคาที่สูงกว่าตู้จ่ายน้ำมันปกติเพียงเล็กน้อย แต่ปั๊มน้ำมันก็ได้ทัศนียภาพที่ดีขึ้นมาก

ปรับกระบวนการบริหารธุรกิจจาก Manual สู่ระบบ ERP – มีข้อมูลธุรกิจครบ ออกรายงานเร็ว ตัดสินใจแม่นยำ
คุณวิชาญเล่าว่าตั้งแต่ Tatsuno เริ่มดำเนินกิจการในประเทศไทยมาจนถึงก่อนหน้าที่จะตัดสินใจใช้ ERP นั้น ที่บริษัทไม่ได้มีการใช้ Software ในการบริหารจัดการในแต่ละแผนกเลย แต่ดำเนินการโดยการใช้ Microsoft Excel เป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด เพราะธุรกิจที่มีความเป็น B2B ทำให้ช่วงแรกไม่ได้มีประเด็นเรื่องการจัดการเอกสารหรือข้อมูลเยอะนัก

แต่เมื่อบริษัทเติบโต มีลูกค้าหลายรายจากหลากหลายประเทศมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์มากขึ้น และมีพื้นที่ที่ต้องให้บริการมากขึ้น ก็ทำให้กระบวนการทางด้านบัญชี, การเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การวางแผนการผลิต และอื่นๆ เริ่มมีติดขัด การทำงานแบบ Manual เริ่มไม่ตอบโจทย์ต่อการบริหารธุรกิจด้วยปรัชญา Lean อีกต่อไป และไม่ตอบโจทย์ต่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่ต้องการรายงานข้อมูลตัวเลขที่รวดเร็วและแม่นยำ
ปัญหานี้เองได้ทำให้ในช่วงปี 2015 ทาง Tatsuno ตัดสินใจพิจารณาถึงการนำระบบ ERP มาใช้ในการบริหารธุรกิจเพื่อรองรับต่อการเติบโตและการปรับปรุงการทำงานในบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เลือกใช้ ERP จาก IFS ตอบทุกโจทย์การบริหารธุรกิจในระบบเดียว จัดการ Demand, Supply, Inventory พร้อมบัญชีและการเงิน ทำงานได้จากทุกที่ ใช้งานได้แบบ Hybrid Cloud
เมื่อ Tatsuno ตัดสินใจเดินหน้าโครงการ ERP ก็ได้มีการเชิญเหล่าผู้พัฒนาโซลูชัน ERP จากหลายค่ายมานำเสนอระบบ ซึ่งคุณวิชาญก็เล่าว่าในฐานะของธุรกิจที่ไม่เคยใช้ Software ใดบริหารจัดการมาก่อนเลย การพูดคุยกับเหล่า ERP Implementer ก็ทำให้ได้เรียนรู้ทั้งเทคโนโลยี และประเมินความเข้ากันได้กับ Implementer แต่ละรายไปด้วย
สุดท้าย Tatsuno ก็ตัดสินใจร่วมงานกับ Alphast ที่นำเสนอโซลูชัน ERP ของ IFS โดยในแง่ของเทคโนโลยี IFS Applications นั้นมีความสามารถที่ครบถ้วนในระบบเดียว ทั้งเรื่องบัญชี, การเงิน, คลังสินค้า, การผลิต และการให้บริการ ทำให้ข้อมูลธุรกิจทั้งหมดของ Tatsuno ในประเทศไทยเชื่อมถึงกันหมด ซึ่งส่งผลดีต่อ Tastuno ดังนี้

- การตรวจสอบคลังวัตถุดิบและคลังสินค้าสำหรับเตรียมการผลิต สามารถทำได้อย่างแม่นยำในแบบ Real-Time และสั่งวัตถุดิบให้เพียงพอต่อการใช้งานได้แม่นยำมากขึ้น โดยไม่ต้องมีกระบวนการการนับ Stock ที่ใช้เวลานานอย่างในอดีตอีกต่อไป ซึ่งช่วยให้ทั้งการผลิต, การจัดซื้อ, การบริหารคลังสินค้า และการให้บริการดีขึ้นตามไปด้วย
- การวิเคราะห์ข้อมูลและการทำนายแนวโน้มด้าน Supply และ Demand ของลูกค้ามีความรวดเร็วถูกต้องแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ช่วยให้การวางแผนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ
- การทำงานทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็น Paperless ทำให้เกิดความคล่องตัวมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการออกเอกสาร, การอนุมัติเอกสาร หรือการจัดเก็บเอกสารธุรกิจก็ล้วนมีขั้นตอนที่น้อยลง โปร่งใสมากขึ้น และสะดวกง่ายดายในการทำงานมากขึ้น จนทำงานแบบ Real-Time ได้
- การให้บริการลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการมีข้อมูลการซ่อมอย่างครบถ้วน, ตรวจสอบชิ้นส่วนสำรองในคลังได้อย่างแม่นยำ และมีการจัดการเอกสารการให้บริการอย่างเป็นระบบ ทำให้ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าทั่วประเทศดีขึ้นเป็นอย่างมาก
- การออกรายงานทางบัญชี, การเงิน และการ Audit สามารถทำได้รวดเร็ว ง่ายดาย และถูกต้องกว่าเดิม
- ข้อมูลของทุกโมดูลเชื่อมถึงกันหมดเป็นผืนเดียวกัน ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำ ไม่ต้องทำการตรวจสอบข้อมูลซ้ำระหว่างแผนก

นอกเหนือจากแง่ธุรกิจแล้ว ในแง่การทำงานร่วมกับ Alphast เองนั้นก็เป็นไปได้ด้วยดี โดยคุณวิชาญเล่าว่าด้วยความที่ Tatsuno ยังใหม่กับเทคโนโลยี ERP มากๆ ดังนั้นการที่ Alphast สามารถเข้ามาแนะนำ, ให้ความรู้ และช่วยเหลือให้บริการเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้โครงการ ERP นี้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี และทำให้ Tatsuno ไว้วางใจ IFS มาตลอดเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี

Tatsuno ใช้ IFS Applications มาตั้งแต่ปี 2015 โดยเริ่มใช้ที่ IFS Applications version 8 จนในปี 2020 ก็ได้มีการอัปเกรดมาใช้ version 10 แทน และในปี 2025 ก็เปลี่ยนมาใช้ IFS Cloud ทำให้สามารถเข้าถึงระบบ ERP ได้ผ่าน Smartphone ได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการอัปเกรดระบบแต่ละครั้งนั้น Alphast ก็ช่วยสนับสนุนให้ทุกการเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้อย่างราบรื่น

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ Tatsuno นั้นใช้ IFS Cloud ในแบบ Hybrid Cloud โดยยังคงมี Server อยู่ภายในองค์กรทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลธุรกิจ และใช้ Cloud เป็นระบบ Interface ในการเข้าถึงได้จากทุกที่เท่านั้น ซึ่งก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ IFS ที่ยังคงมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของธุรกิจได้ ไม่บังคับให้ต้องนำระบบหรือข้อมูลขึ้น Cloud ทั้งหมดเสมอไป

แนะธุรกิจไทย เลือก ERP บริหารองค์กรต้องมองให้ครบ มองให้ขาด
คุณวิชาญได้ทิ้งท้ายถึงผู้บริหารธุรกิจองค์กรแห่งอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาถึงการนำ ERP มาใช้ในการบริหารธุรกิจว่า ต้องมองให้ชัดก่อนว่ามีความต้องการในการใช้ ERP เพื่อบริหารส่วนใดของธุรกิจบ้าง แล้วจึงค่อยพิจารณาเลือกระบบที่มีความครอบคลุมทุกโจทย์ความต้องการให้ได้ครบถ้วนไปแต่แรกเลย
แนวทางดังกล่าวนี้จะช่วยให้การดำเนินโครงการ ERP ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลถึงการเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายระบบเข้าด้วยกัน และทำให้บริษัทกับ ERP Implementer สามารถมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลธุรกิจ, การวางกระบวนการทางธุรกิจ และการจัดทำรายงานธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้งานจริง ตอบโจทย์ธุรกิจได้ดีกว่า
สนใจโซลูชันระบบ ERP จาก IFS ติดต่อทีมงาน Alphast ได้ทันที
สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบ ERP จาก IFS สามารถติดต่อทีมงาน Alphast ได้ทันทีที่ 02-2332112 อีเมล [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://th.alphast.com/th/home-alphast/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








