เปิดตัวความสามารถใหม่ของ Honeywell Forge ซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติด้านสาธารณูปโภค ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Digital Twin

Honeywell เปิดตัวแพลตฟอร์มล้ำสมัย Honeywell Forge Performance+ for Utilities ที่ออกแบบมาเพื่อระบบสาธารณูปโภค ช่วยปรับปรุงการดำเนินงาน และเพิ่มสมรรถนะสินทรัพย์โครงข่ายสาธารณูปโภคที่มีอยู่และการลงทุนด้านไอที อีกทั้งยังเป็นการบูรณาการซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติด้านสาธารณูปโภคเพื่อสนับสนุนการปรับแนวทางผลิตภัณฑ์ของ Honeywell ให้สอดคล้องกับแนวโน้มขนาดใหญ่ในด้านระบบอัตโนมัติและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

วิธีการใหม่นี้สร้างขึ้นบน Honeywell Forge ซึ่งรวมเอาปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่อง และความสามารถด้าน Digital Twin โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ระบบสาธารณูปโภคสามารถเฝ้าตรวจสอบสินทรัพย์ ระบุสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างมีประสิทธิผล และนำการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ให้กลายเป็นเชิงรุกมากขึ้นจากความสามารถในการจัดการสินทรัพย์โครงข่าย นอกจากนี้ Forge Performance+ for Utilities ยังทำให้กระบวนการเป็นไปโดยอัตโนมัติ อย่างเช่น การตอบสนองความต้องการ และการจัดการแหล่งพลังงานแบบกระจาย เพื่อเพิ่มความเชื่อถือได้และความเสถียรของโครงข่าย

โครงข่ายการจำหน่ายด้านสาธารณูปโภคแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมานานกว่าศตวรรษ โดยเป็นการออกแบบเพื่อรองรับการผลิตและการจำหน่ายพลังงาน น้ำ หรือก๊าซ ให้กับผู้บริโภคจากบนลงล่างที่สามารถคาดการณ์ได้สูง แต่ก็นำไปสู่การขาดข้อมูล หรือข้อมูลถูกเก็บกองแยกเป็นส่วนๆ

สำหรับยุคปัจจุบัน ระบบสาธารณูปโภคต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ตั้งแต่การตีความข้อมูลจำนวนมหาศาลของโครงสร้างพื้นฐานการวัดขั้นสูง (AMI) และข้อมูลสินทรัพย์โครงข่าย ไปจนถึง การจัดการแหล่งพลังงานแบบกระจาย (DER) ที่คาดการณ์ได้น้อย ซึ่งถูกเร่งการปรับใช้อย่างรวดเร็ว โดยแหล่งพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ กังหันลม ระบบกักเก็บพลังงาน และยานพาหนะไฟฟ้า

Honeywell Forge Performance+ for Utilities ช่วยส่งมอบความรู้ความเข้าใจข้อมูลได้เกือบจะอยู่ในเวลาจริง เพื่อช่วยระบบสาธารณูปโภคปรับปรุงการทำงานของโครงข่ายไฟฟ้า และจัดการกับความแปรปรวนที่เกี่ยวข้องกับแหล่งพลังงานใหม่ วิธีการดังกล่าวยังสามารถคาดการณ์ได้ทั้งความต้องการพลังงาน “จากล่างขึ้นบน” สินทรัพย์การผลิตไฟฟ้าแบบกระจายที่มีอยู่ และโหลดที่ควบคุมได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้มีวิสัยสามารถในการดำเนินงานที่ดีขึ้น ด้วยวิสัยสามารถนี้ จึงสามารถช่วยระบบสาธารณูปโภคสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานพลังงานได้ดีขึ้น ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าเกิดความเชื่อถือได้และมีความยืดหยุ่น

แพลตฟอร์มที่เป็นนวัตกรรมนี้ได้ผสานรวม จัดระเบียบ และแสดงภาพข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อเร่งกระบวนการวิเคราะห์ และทำให้ข้อมูลของโครงข่ายสาธารณูปโภคเป็นแบบดิจิทัลที่สามารถนำไปดำเนินการได้ เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นในเวลาจริง และทำเกิดความรู้ความเข้าใจการดำเนินงาน โดยสามารถรันแอพพลิเคชั่นได้หลากหลาย รวมถึงแอพพลิเคชั่นจาก Honeywell และบริษัทคู่ค้าที่เป็นบุคคลที่สาม เช่น SparkMeter

Hamed Heyhat ประธานของ Honeywell Smart Energy and Thermal Solutions (SETS) กล่าวว่า — “Honeywell Forge Performance+ for Utilities ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงระบบที่มีอยู่แล้ว จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าอย่างมากมายให้กับการลงทุนของบริษัทด้านสาธารณูปโภค และสนับสนุนการรวมชุดความสามารถของเครื่องมือต่างๆ มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวที่มีความเชื่อถือได้” “ด้วยพลังของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล สาธารณูปโภคต่างๆ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้บริการลูกค้าและจัดการสินทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น”

ที่มา: Honeywell

About pawarit

Check Also

การ์ทเนอร์เผยปี 2569 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าพุ่งขึ้น 26% [PR]

การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี คาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะเติบโตขึ้นถึง 26% ในปี 2569 นี้ โดยประเมินว่ายอดการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 จะเพิ่มสูงแตะ 565 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) เพิ่มขึ้นจาก …

ครบรอบ 4 ปี สคส. ยกระดับ PDPA ไทยสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล”วางเป้า “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” รับยุค AI สร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้ [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC จัดงานครบรอบ 4 ปีแห่งการสถาปนาองค์กร ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบนโยบายส่งสัญญาณเดินหน้ายกระดับการบังคับใช้กฎหมาย PDPA สู่บทบาทใหม่ ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล” ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” …