Johnson & Johnson จับมือรัฐบาลทรัมป์ หั่นราคายาแลก “ยกเว้นภาษี” พร้อมทุ่มงบสร้างโรงงานยักษ์ในสหรัฐฯ

ท่ามกลางกระแสกดดันเรื่องค่าครองชีพและการดึงฐานการผลิตกลับสู่มาตุภูมิของรัฐบาลสหรัฐฯ ล่าสุด Johnson & Johnson (J&J) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Healthcare โลก ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญกับรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นก้าวที่ “วิน-วิน” ทั้งในเชิงธุรกิจและการเมือง

หั่นราคายาผ่านแพลตฟอร์มใหม่ “TrumpRx.gov”

หัวใจสำคัญของข้อตกลงนี้คือการที่ J&J ยอมตอบรับคำขอของประธานาธิบดีทรัมป์ในการลดราคายาเพื่อช่วยชาวอเมริกันหลายล้านคน โดย J&J จะเข้าร่วมในแพลตฟอร์ม TrumpRx.gov ซึ่งเป็นช่องทางขายยาตรงสู่คนไข้ (Direct-to-patient) ในราคาที่ได้รับส่วนลดมหาศาล

นอกจากนี้ J&J ยังให้คำมั่นว่าคนไข้ในสหรัฐฯ และผู้ใช้สิทธิ์ Medicaid จะสามารถเข้าถึงยาในราคาที่ “เทียบเท่า” กับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของราคายาที่ชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงกว่าคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

การแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า: สิทธิพิเศษด้าน “ภาษีนำเข้า”

เพื่อเป็นการตอบแทนการลดราคายาครั้งใหญ่นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้มอบสิทธิพิเศษที่ทุกบริษัทใฝ่ฝัน นั่นคือ “การยกเว้นภาษีศุลกากร” ให้กับผลิตภัณฑ์ยาของ J&J ทั้งหมด ซึ่งในยุคที่กำแพงภาษีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าอย่างเข้มข้น สิทธินี้จะช่วยให้ J&J รักษาความสามารถในการแข่งขันและความคล่องตัวทางการเงินได้อย่างมหาศาล

เดินหน้าแผนลงทุน 1.8 ล้านล้านบาท ปักหมุดโรงงานใหม่ 2 แห่ง

นอกจากการหั่นราคา J&J ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้วยการประกาศสร้างโรงงานผลิตยาเพิ่มอีก 2 แห่ง ในเพนซิลเวเนียและนอร์ทแคโรไลนาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมูลค่ารวม 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.88 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

นอกจากโรงงานใหม่แล้ว J&J ยังอัปเดตความคืบหน้าของโรงงาน Biologics ในเมืองวิลสัน รัฐนอร์ทแคโรไลนา มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เพิ่งวางศิลาฤกษ์ไปปีที่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานด้านการผลิตและก่อสร้างได้สูงถึง 5,000 ตำแหน่ง

นัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมยาโลก

การขยับตัวของ J&J ครั้งนี้สะท้อนเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า “Healthcare Nationalism” หรือการที่บริษัทข้ามชาติยอมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายชาตินิยมเพื่อแลกกับความมั่นคงทางธุรกิจ การย้ายฐานการผลิตยาขั้นสูงกลับมาที่สหรัฐฯ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ “องค์กรที่รักชาติ” ในสายตาชาวอเมริกันอีกด้วย

ดีลระหว่าง J&J และรัฐบาลทรัมป์ในครั้งนี้ คือแม่แบบของการต่อรองเชิงนโยบายในยุค 2026 ที่แสดงให้เห็นว่า “การลดราคา” อาจไม่ใช่การขาดทุนเสมอไป หากแลกมาด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนการผลิตในท้องถิ่น

ที่มา: https://investingnews.com/johnson-johnson-reaches-agreement-with-u-s-government-to-improve-access-to-medicines-and-lower-costs-for-millions-of-americans-delivers-on-u-s-manufacturing-and-innovation-investments/

About pawarit

Check Also

NVIDIA จับมือ Apple ผสาน NVIDIA CloudXR 6.0 ลง visionOS ดึงพลังกราฟิก RTX สู่ Vision Pro

NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับ Apple นำเทคโนโลยี NVIDIA CloudXR 6.0 เข้าไปใน visionOS เพื่อยกระดับการทำงานด้าน Spatial Computing หรือ การประมวลผลเชิงพื้นที่ เปิดทางให้นักพัฒนาและองค์กรสามารถสตรีมแอปพลิเคชัน …

ปิดฉากชิป AI สเปกจีน? สื่อเผย Nvidia เลิกผลิตชิป H200 หันไปลุยเจเนอเรชันใหม่แทน

ดูเหมือนว่ามหากาพย์สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะทำให้ Nvidia ต้องยอมถอยจากสมรภูมินี้เสียแล้ว เมื่อสื่อใหญ่อย่าง Financial Times รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า Nvidia ได้ตัดสินใจยุติการผลิตชิป AI รุ่น H200 ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อทำตลาดในจีนโดยเฉพาะเป็นที่เรียบร้อย โดยกำลังการผลิตที่โรงงาน …