ไมโครชิพเปิดตัวโครงการริเริ่มลงทุนระยะเวลาหลายปีมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายการรับรู้ตัวตนของแบรนด์ในประเทศอินเดีย

รวมถึงสนับสนุนเงินในด้านสถานที่ดำเนินงาน ห้องปฏิบัติการทางวิศวกรรม การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร และการสนับสนุนสมาคมเทคโนโลยีและสถาบันศึกษาต่าง ๆ

4 กรกฎาคม 2566 — วันนี้ บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด (Nasdaq: MCHP) ผู้ให้บริการโซลูชันระบบควบคุมแบบฝังอัจฉริยะซึ่งมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและมีความมั่นคงปลอดภัย แถลงเปิดตัวโครงการริเริ่มระยะเวลาหลายปีเพื่อลงทุนประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สำหรับการขยายกิจการของบริษัทในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์รวมอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

กาเนช มูร์ธี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมโครชิพ กล่าวว่า “ไมโครชิพกำลังมุ่งใช้กลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อสร้างการเติบโตของกิจการของเราในประเทศอินเดีย ซึ่งการเติบโตอันรวดเร็วในประเทศอินเดียเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในแหล่งธุรกิจและทรัพยากรทางเทคนิคที่สำคัญที่สุดในภาคส่วนของเรา การลงทุนของเราในประเทศอินเดียจะทำให้เราได้รับประโยชน์และส่งเสริมบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำระดับโลกของประเทศอินเดีย”

แผนการลงทุนของไมโครชิพมุ่งเน้นที่:

  • การปรับปรุงสถานที่ดำเนินงานของไมโครชิพในบังคาลอร์และเจนไน รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในไฮเดอราบัดซึ่งบริษัทได้นำเสนออย่างเป็นทางการในงานวันนี้  
  • การขยายและปรับปรุงห้องปฏิบัติการทางวิศวกรรม
  • การตอบสนองต่อความต้องการด้านการสนับสนุนทางเทคนิคและทางธุรกิจของลูกค้าจำนวนมากซึ่งกำลังเติบโตมากขึ้นในประเทศอินเดีย
  • การเร่งกระบวนการจ้างงานขณะที่บริษัทเข้าสรรหากลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพซึ่งกำลังเติบโตมากขึ้นในประเทศอินเดีย
  • การสนับสนุนสมาคมเทคนิค รวมทั้งสถาบันและโครงการด้านการศึกษา
  • การเปิดตัวโครงการเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท (Corporate Social Responsibility – CSR) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภูมิภาค

พนักงานราว 2,500 คนของไมโครชิพในประเทศอินเดียเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบและพัฒนาสารกึ่งตัวนำของบริษัท รวมทั้งการพัฒนา การขายและการสนับสนุนลูกค้า โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมประยุกต์ พนักงานเหล่านี้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงการริเริ่มของบริษัท ช่วยสนับสนุนลูกค้า 2,000 รายในภูมิภาค และให้การช่วยเหลือที่สำคัญทั่วทั้งหน่วยธุรกิจมากกว่า 25 แห่งที่พัฒนาโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม ยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล การบินและอวกาศและการป้องกัน การสื่อสารและผู้บริโภค

กฤษณะ มูร์ธี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสารกึ่งตัวนำแห่งประเทศอินเดีย (India Electronics and Semiconductor Association – IESA) กล่าวว่า “การลงทุนของไมโครชิพในประเทศอินเดียในช่วงเวลากว่ายี่สิบห้าปีนั้นได้เพิ่มพูนอัตราการเติบโตของจำนวนพนักงาน ก่อให้เกิดศูนย์ความเป็นเลิศในด้านชิ้นงานและโซลูชันทางวิศวกรรมเพื่อส่งเสริมความสำเร็จของไมโครชิพในระดับโลก เราตั้งตารอที่จะฉลองให้กับความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของไมโครชิพในประเทศอินเดีย ขณะที่ไมโครชิพเริ่มดำเนินแคมเปญเพื่อการเติบโตอันน่าประทับใจนี้”

ล่าสุด IESA และ Counterpoint Research ได้รายงานว่า ตลาดสารกึ่งตัวนำของประเทศอินเดียคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับมูลค่า 22,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 สมาคมอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor Industry Association – SIA) ระบุไว้ในเอกสารปกขาวของภาคส่วนสารกึ่งตัวนำของประเทศอินเดีย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ว่าปัจจุบันประเทศอินเดียมีแรงงานคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานการออกแบบทั้งหมดทั่วโลก นอกจากนี้ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ESA และ SIA ยังได้เริ่มแผนร่วมต่อยอดจากความสำเร็จของอินเดียในฐานะศูนย์การวิจัยด้านสารกึ่งตัวนำที่สำคัญ รวมทั้งการออกแบบชิป และวิศวกรรมอุปกรณ์ โดยมีเป้าหมายในการปลดล็อกศักยภาพที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต

About pawarit

Check Also

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรม EV รุ่นแรก พร้อมเปิดตัวกันยายนนี้ [PR]

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ยังคงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ โดย Torcal รุ่นใหม่ได้สานต่อเรื่องราวในรูปแบบที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ ตั้งแต่กระจังหน้ารูปทรงเพชรแบบลอยตัวที่ดูราวกับอัญมณีไปจนถึงหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลอันล้ำสมัยที่สร้างขึ้นจากงานฝีมืออย่างแท้จริงด้วยความร่วมสมัยในการออกแบบ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์อย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกันผ่านภาษาแห่งงานฝีมือ ความงดงาม และนวัตกรรม

5 เหตุผลที่ ERP องค์กรต้องพร้อม ก่อนก้าวสู่การใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างได้ผล โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

ในช่วงปี 2025 – 2026 ที่ผ่านมา หลายองค์กรในไทยก็ได้เริ่มทดลองโครงการทางด้าน AI กันไปไม่มากก็น้อย แต่มีโครงการเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอุปสรรคส่วนใหญ่ที่ธุรกิจองค์กรพบในการทำโครงการ AI ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ “การขาดความพร้อมของข้อมูลธุรกิจ”