Microsoft ผนึก NVIDIA กลางเวที GTC 2026 ชู Microsoft Foundry พร้อมขึ้นแท่นคลาวด์เจ้าแรกที่รันระบบสุดล้ำ Vera Rubin NVL72

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคลาวด์และ AI อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบนเวทีสัมมนาระดับโลก NVIDIA GTC 2026 ทาง Microsoft ได้ออกมาเผยความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่เกิดจากการผนึกกำลังกับ NVIDIA มาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของ AI ให้ลูกค้าองค์กรนำไปใช้งานในสเกลการผลิตจริงได้อย่างทรงพลัง โดยไฮไลต์เด่นในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่การอัปเกรดระบบ Microsoft Foundry โครงสร้างพื้นฐานบน Azure ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่โลกของการควบคุมเครื่องจักรจริงด้วย Physical AI

ความน่าสนใจแรกอยู่ที่การยกระดับ Microsoft Foundry ซึ่งเปรียบเสมือนระบบปฏิบัติการสำหรับสร้างและจัดการ AI ระดับองค์กร วันนี้ได้เปิดให้ใช้งานเครื่องมือสร้าง AI Agent (Foundry Agent Service) และระบบควบคุม (Control Plane) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทำให้ทีมนักพัฒนาสามารถสร้าง AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำงานข้ามระบบได้อย่างอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการเปิดตัว Voice Live API ให้ทดลองใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์ AI ผู้ช่วยที่โต้ตอบด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งนำโมเดลแบบเปิดของ NVIDIA อย่าง Nemotron เข้ามาเสริมทัพเป็นทางเลือกให้ลูกค้าสามารถนำไปปรับแต่งใช้งานได้ตามต้องการ

เบื้องหลังความฉลาดของ AI ย่อมต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและรองรับการประมวลผลมหาศาล Microsoft จึงสร้างเสียงฮือฮาด้วยการประกาศว่า Azure จะเป็นคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลเจ้าแรกของโลก ที่ได้เริ่มเดินเครื่องทดสอบสุดยอดสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA Vera Rubin NVL72 ในห้องแล็บแล้ว และเตรียมจะนำไปติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังใจป้ำขยายการรองรับแพลตฟอร์ม Vera Rubin ไปยังระบบ Azure Local เพื่อตอบโจทย์หน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการควบคุมข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่เข้มงวดด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบโดยเฉพาะ

อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่พลาดไม่ได้คือการพานวัตกรรม AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกแห่งความจริง หรือ Physical AI โดย Microsoft ได้จับมือกับ NVIDIA เชื่อมต่อแพลตฟอร์มจัดการข้อมูล Microsoft Fabric เข้ากับระบบจำลองโลกเสมือน NVIDIA Omniverse อย่างลึกซึ้ง นวัตกรรมนี้จะช่วยให้ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสามารถดึงข้อมูลการทำงานจริงแบบสด ๆ มาผสานกับ Digital Twin เพื่อให้ AI มองเห็นภาพรวมทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และสามารถตัดสินใจสั่งการเครื่องจักรหรือปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ในโรงงานได้โดยตรง ก้าวข้ามจากยุคที่ AI ทำได้แค่แสดงผลบนแดชบอร์ดไปสู่การลงมือทำจริง

ที่มา: https://blogs.microsoft.com/blog/2026/03/16/microsoft-at-nvidia-gtc-new-solutions-for-microsoft-foundry-azure-ai-infrastructure-and-physical-ai/

About pawarit

Check Also

Dell AI Factory with NVIDIA ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ขับเคลื่อน HPC และ AI ยุคใหม่ [PR]

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge XE8812 ผลิตภัณฑ์ใหม่ใน Dell AI Factory with NVIDIA ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับเวิร์กโหลด HPC และ …

Edge AI ในปี 2569: ปลดล็อกระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ณ จุดประมวลผลปลายทาง [PR]

ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปัญญาประดิษฐ์ในระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ปี 2569 กำลังจะกลายเป็นปีแห่งการกำหนดความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Edge AI หลังจากที่การฝึกฝนและการประมวลผลผลลัพธ์ของ AI บนระบบคลาวด์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี ในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยระบบอัจฉริยะประสิทธิภาพสูงเริ่มถูกย้ายมาอยู่บริเวณจุดประมวลผลปลายทางของเครือข่าย และเข้าไปอยู่ในระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งในด้านความหน่วงของเวลา …