PwC ชี้ หัวหน้างาน คือกุญแจสำคัญชี้ชะตาความสำเร็จในการนำ AI มาใช้ในภาคการผลิต

ผลสำรวจล่าสุดจาก PwC และ Manufacturing Institute เผยความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT หรือเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ตัวแปรสำคัญคือทัศนคติและความพร้อมของ Frontline Leader หรือหัวหน้างานที่ทำงานใกล้ชิดกับพนักงานปฏิบัติการ หากองค์กรละเลยการมีส่วนร่วมของบุคลากรกลุ่มนี้ โครงการขับเคลื่อน AI อาจเผชิญความล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

หลายองค์กรในอุตสาหกรรมการผลิตยุคปัจจุบันตั้งเป้าให้ AI เข้ามาอุดช่องโหว่จากปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ในความเป็นจริง กลยุทธ์นี้ไม่ได้ให้ผลลัพธ์สำเร็จรูปอย่างที่คาดหวัง เพราะการลงทุนใน AI กำลังพลิกโฉมวิธีการทำงาน มากกว่าการลดความต้องการแรงงาน แทนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระหน้างานโดยตรง AI กลับนำความซับซ้อนรูปแบบใหม่เข้ามาสู่กระบวนการ ทั้งในแง่ของการตัดสินใจ การวัดผลงาน และการปฏิบัติงานในแต่ละวัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ การนำ AI มาใช้ให้เกิดประสิทธิผลจึงต้องอาศัยแนวทางการบริหารจัดการที่เจาะจงและแตกต่างไปจากการทำ Automation แบบในอดีต ผู้นำต้องไม่เพียงแค่สั่งการหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการ แต่ต้องสามารถขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของทีมงาน ให้ก้าวข้ามจากความกังขา ไปสู่ความตื่นตัวในการทดลองใช้ และบูรณาการเข้ากับหน้างานจริงจนสามารถคิดค้นรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ได้

แม้ Frontline Leader จะมีบทบาทสูงสุด ทว่าพนักงานจำนวนมากกลับประเมินว่าผู้นำของตนยังขาดความพร้อมในการบริหารความเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 48% เท่านั้นที่มองว่าผู้นำระดับปฏิบัติการมีประสิทธิภาพสูงมากในการสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดีให้แก่พนักงานหน้างาน ในทางกลับกัน 54% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นต่ำถึงต่ำมากต่อความพร้อมของผู้นำในการผลักดันโครงการ AI

ช่องว่างความเชื่อมั่นนี้ยังสะท้อนผ่านตัวเลขความกระตือรือร้นที่แตกต่างกัน ผู้นำระดับปฏิบัติการ 45% ยอมรับว่ายังมีข้อกังขาในตัวเทคโนโลยี AI แม้ 50% จะตื่นเต้นกับศักยภาพก็ตาม แต่เมื่อมองลงไปที่ผู้ปฏิบัติงานหน้างานกลับพบความกระตือรือร้นที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดย 62% รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย และมีเพียง 24% ที่รู้สึกตื่นเต้นกับการมาถึงของเทคโนโลยีนี้

Manufacturing Institute ย้ำว่าความขัดแย้งทางความคิดนี้จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อการใช้งาน AI ในโรงงาน แม้ผู้นำจะถูกวางตัวให้เป็นผู้ขับเคลื่อน แต่ความยั่งยืนของระบบย่อมขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติงานจริง หากขาดความสอดคล้องกัน แรงส่งในการใช้ AI จะลดลงและความอยากรู้อยากเห็นในช่วงแรกจะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการใช้งานจริงอย่างยั่งยืนได้

ประเด็นที่ตอกย้ำเรื่องนี้คือ 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า โครงการ AI ของบริษัทตนล้มเหลว โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้นำระดับปฏิบัติการไม่มีส่วนร่วมเพียงพอในขั้นตอนการออกแบบหรือช่วงเริ่มต้นนำระบบมาใช้ ดังนั้นองค์กรต้องจัดให้มีการฝึกอบรมที่มีคุณภาพและใช้งานได้จริง ควบคู่ไปกับการวางตำแหน่ง AI ให้เป็นขีดความสามารถหลักที่จับต้องประโยชน์ได้

ที่มา: https://www.manufacturingdive.com/news/frontline-leaders-ai-adoption-pwc-manufacturing-institute/816483/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

ยุคใหม่วงการแบตเตอรี่! เมื่อ LG Energy Solution ดึง AI มาปฏิวัติสายการผลิต

ใครจะไปคิดว่าสมรภูมิการผลิตแบตเตอรี่ตอนนี้ เขาเลิกแข่งกันแค่เรื่องการขยายโรงงานหรือเพิ่มคนงานกันแล้ว ตอนนี้จุดชี้ชะตาคือ “AI” ใครวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วกว่า พัฒนาไวกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ ซึ่งผู้นำที่กำลังบุกเบิกเรื่องนี้แบบเต็มตัวก็คือ LG Energy Solution

สร้าง AI Factory ก้าวสู่ยุค Agentic Enterprise ด้วย HPE Private Cloud AI จาก Yip In Tsoi

ในปี 2026 เป็นต้นไปนี้ AI Factory จะกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกขาดไม่ได้อีกต่อไป ในฐานะของระบบสำคัญในการสร้าง AI เพื่อใช้งานภาคธุรกิจองค์กรซึ่งสามารถควบคุมและกำกับดูแลการใช้งานได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสำหรับ Agentic AI ที่จะกลายเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งาน AI หลักหลังจากนี้