บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ประกาศการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันสร้างมูลค่าด้านสิ่งแวดล้อมขั้นสูงในด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้สังคมไทยมีความยั่งยืนมากขึ้น

ในด้านการเป็นกลางทางคาร์บอนนั้น บริษัททั้งสองมีเป้าหมายที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากโรงงานและสำนักงานของตนภายในปี พ.ศ. 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี พ.ศ. 2593 ส่วนในด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัททั้งสองกำลังดำเนินมาตรการเพื่อลดขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงานทั้งหมดของตนโดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและมีการหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงการรีไซเคิล
ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายที่จะรับมือกับความท้าทายทางสังคมโดยการสร้างสิ่งใหม่ ทั้งวิธีการ โมเดลธุรกิจ และคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการบรรลุผลโดยผ่านความร่วมมือและการใช้ความรู้และทรัพย์สินร่วมกันของทั้งสองบริษัท
การดำเนินการในช่วงแรก ทั้งสองจะส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยโดยการผสานรวมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และความรู้ด้านการใช้ข้อมูลของ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจของกลุ่มซีพี จากนั้นจึงนำเสนอคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ให้กับลูกค้าที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทจะสำรวจความร่วมมือเพิ่มเติมต่อไปอีก รวมถึงการพัฒนาร่วมกันเพื่อนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และอื่นๆ
นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า — “การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ความร่วมมือของเรากับ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค จะผลักดันให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ก้าวไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจของประเทศไทยและอาเซียน เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นที่จะใช้จุดแข็งและเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และพัฒนาโมเดลธุรกิจสำหรับอนาคต”
Kei Uruma ประธานและซีอีโอ บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค กล่าวว่า — “เรามีความยินดีที่จะร่วมงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งมีปรัชญาและความเชื่ออันแรงกล้าในการมีส่วนสนับสนุนสังคมในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค ได้ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 60 ปี” “ความเป็นกลางทางคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นพื้นที่ที่เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและประสบการณ์ของเราได้ผ่านความร่วมมือที่ครอบคลุมนี้ เราเชื่อว่าเราจะสามารถสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและอาเซียนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาใบรับรองการไม่ใช้ฟอสซิลหรือคาร์บอนเครดิต รวมถึงส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติก ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อการปฏิบัติตาม ELV (คำสั่งเกี่ยวกับยานยนต์ที่สิ้นอายุการใช้งาน) ในยุโรป”
ที่มา: Mitsubishi Electric Corporation
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








