Hithium บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานระดับโลก ประกาศความสำเร็จในการทดสอบ ∞Block 5MWh ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่แบบเปิดประตูทั้งหมด (open-door) ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกและเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับวิธีการตรวจยืนยันผลด้านความปลอดภัย ที่จะเป็นก้าวสำคัญต่อไปในอุตสาหกรรมการกักเก็บพลังงานระดับโลก

เนื่องจากภาวะไร้การควบคุมทางความร้อนและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ ใน BESS ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และทำให้เป็นมาตรฐานอย่างเร่งด่วน จึงมีการพัฒนาการทดสอบเพลิงไหม้แบบเปิดประตูเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โดยมีความท้าทายในการทดสอบที่สำคัญสี่ประการ คือ
- การเผาไหม้แบบเปิดประตูทั้งหมด — ประตูตู้คอนเทนเนอร์ยังคงเปิดอยู่ตลอดช่วงการทดสอบ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการเผาไหม้ที่ไร้การควบคุม โดยมีการไหลของออกซิเจนที่เข้มข้น ซึ่งทำให้เกิดความรุนแรงกว่าสถานการณ์แบบปิดประตูแบบเดิมอย่างมาก
- เว้นช่องว่างขั้นต่ำ 15 ซม. — BESS ถูกวางเคียงข้างกันและหันหลังชนกัน โดยมีระยะห่างระหว่างกันเพียง 15 ซม. แม้จะมีเปลวไฟที่อุณหภูมิสูงเกิน 1,300°C แต่ก็ไม่มีการแพร่กระจายความร้อนเกิดขึ้น ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า การแยกออกจากกันในระยะใกล้นั้นมีประสิทธิผล
- ปิดการใช้งานระบบดับเพลิงไว้ — ระบบดับเพลิงทั้งหมดถูกปิดใช้งาน เพื่อจำลองสถานการณ์การป้องกันอัคคีภัยของระบบนี้เป็นแบบพาสซีฟเพื่อตรวจสอบการทนไฟที่รุนแรงเป็นเวลานาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการต้านอัคคีภัยโดยอัตโนมัติและความเชื่อถือได้
- สถานะการชาร์จ (SOC) 100% — BESS ได้รับการทดสอบที่ความจุเต็มเพื่อเพิ่มการปล่อยพลังงานความร้อนที่ระดับสูงสุด เป็นการตรวจยืนยันผลทั้งความเชื่อถือได้และความเสถียรของระบบภายใต้สภาวะที่รุนแรงที่สุด
การทดสอบดังกล่าวได้ดำเนินการโดย UL Solutions ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยมีวิศวกรด้านการป้องกันอัคคีภัยและลูกค้าที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกาเป็นพยาน อีกทั้งยังเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย UL 9540A และ NFPA 855 อย่างเคร่งครัด
แม้จะต้องเผาไหม้หมดทั้งระบบเป็นเวลา 15 ชั่วโมง แต่โครงสร้างระบบยังคงสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการลุกลามไฟไปยังคอนเทนเนอร์ทั้งสามที่อยู่ติดกัน ผลที่เกิดขึ้นนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบพาสซีฟหลายชั้น และความสามารถในการแยกออกจากกันทางความร้อนของ Hithium แม้ว่าจะอยู่ภายใต้สภาวะรุนแรงที่สุด
ความสำเร็จนี้ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Hithium ในด้านนวัตกรรมและคุณภาพ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจอันมีค่าต่อมาตรฐานความปลอดภัยทางอุตสาหกรรมในอนาคต โดย Hithium จะยังเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยต่อไปอีกโดยใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่อนาคตที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากขึ้น
ที่มา: Hithium
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








