“โครงสร้างเก่าไปไม่รอด!” ผลวิจัยชี้ AI ต้องการเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อปลดล็อกศักยภาพ

NTT Data และ Cisco เผยผลสำรวจล่าสุด ชี้ชัดว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายแบบดั้งเดิมไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับการรองรับปริมาณงานที่ซับซ้อนของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในยุคปัจจุบัน แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีเครือข่ายที่ชาญฉลาด ปรับตัวได้ และมีความปลอดภัยสูง จึงจะสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาภายใต้ชื่อ “Wired for Intelligence: A CIO Guide to Enterprise Networking for AI” ระบุว่า บริษัทกว่า 78% ที่ตอบแบบสอบถามมองว่าขีดความสามารถของเครือข่ายเป็นเกณฑ์สำคัญในการเลือกผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Generative AI (Gen-AI)

ทำไมเครือข่ายจึงสำคัญกับ AI?

ปัจจุบันงานของ AI มีความซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่การฝึกฝน (Training) และการอนุมาน (Inference) ไปจนถึงการจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ ดังนั้น เครือข่ายจึงต้องสามารถรองรับปริมาณงานที่ปรับขนาดได้ (Scalable Workloads) และมีค่าความหน่วงต่ำ (Low-Latency) เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปอย่างราบรื่น

นอกจากนี้ AI ยังเริ่มเข้ามามีบทบาทในการควบคุมเครือข่ายเองด้วย โดยมีฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติ เช่น การตั้งค่าเครือข่าย การตรวจจับความผิดปกติ และการซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้สูงขึ้น

NTT Data กล่าวว่า ด้วยบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การจัดซื้อ และการนำไปใช้งาน ไปจนถึงบริการจัดการอย่างครบวงจร บริษัทพร้อมเป็นพันธมิตรกับ Cisco เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ก้าวสู่ยุค AI ได้อย่างมั่นคง

การศึกษานี้ตอกย้ำว่า การลงทุนในเครือข่ายที่ทันสมัยไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ AI เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอย่างการผลิต, การดูแลสุขภาพ และบริการทางการเงิน

ที่มา: https://www.all-about-industries.com/network-modernization-as-the-key-to-successful-ai-transformation-a-97686b939c56051f0c25c268739cb76d/

About pawarit

Check Also

จาก AI สู่การครองโลกวิศวกรรม: งาน GTC 2026 ชี้ชัด Nvidia แทรกซึมอยู่ทุกที่

งาน GTC 2026 ของ Nvidia ล่าสุด ไม่ได้มีหน้าฉากแค่เรื่องของ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีโชว์ความเหนียวแน่นกับบรรดามิตรแท้ในวงการซอฟต์แวร์วิศวกรรมอีกด้วย

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค